พิมพ์ PDF

มนุษย์ในหลุมฝังศพ

ในยามค่ำคืนอาตมาถอดกายทิพย์ออกท่องราตรี อย่างไร้จุดหมาย ณ สถานที่เวิ้งว้างเหนือขอบฟ้าการวิปัสสนา คือ เทวดาต้าหล้อมีหนังสือเวทย์มนต์หมื่นเล่มก็ไร้ผลความเป็นความตายเกิดจากจิตใจของตนนั่นเอง อาตมาได้ไปถึงนครแห่งหนึ่ง นครแห่งนี้อยู่ระหว่างเมืองผีกับเมืองมนุษย์ มีบ้านช่องปลูกอยู่หนาแน่นไปด้วยผู้คน อาตมาเดินชมไปโดยรอบๆบริเวณร้านค้า มีทั้งหาบเร่แผงลอย ร้านขายอาหารและเสื้อผ้า ดูเป็นที่คึกคัก สนุกสนานครื้นเครงมาก อาตมาเดินเตร่บนถนนเพื่อชื่นชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามจนมีความรู้สึกว่า ช่างคล้ายเมืองไทเปที่เต็มไปด้วยความเจริญของฝั่งตะวันออก เต็มไปด้วยผู้คนและรถราเสียจริงๆ แถมระหว่างเดินชมเมืองอยู่นั้น ก็ได้เงยหน้าเห็นสาวงามผู้หนึ่งเดินสวนมา ตอนแรกเธอก้มหน้าเดิน พอคล้อยหลังอาตมาไปเธอก็เงยหน้าขึ้น พอเธอเห็นอาตมาแล้วก็ร้อง “อ๋อ” ขึ้นมาทันที แต่อาตมาไม่ได้สนใจเสียงที่เธอร้องเลย เพราะหากว่าอาตมาเดินท่องเที่ยวในเมืองนี้ย่อมต้องเป็นคนพิเศษ เนื่องจากว่าเมืองนี้เป็นดินแดนแห่งเมืองผี ผีที่ปรากฏจึงมีแสงมืดสลัวมาก ผิดกับตัวของอาตมาที่เปล่งแสงเจิดจ้าแรงกล้า จนกลายเป็นจุดสนใจชักจูงให้ผู้อื่นหันมามอง เมื่อสาวงามร้องอุทานขึ้น ขณะเดินสวนกับอาตมา อาตมาก็ไม่ได้สนใจ เธอหยุดเดินและตะโกนมาทางอาตมา

“ท่านอาจารย์หลูเซิ่งเยี่ยนคะ”
อาตมาได้ยินแล้วก็แปลกใจเล็กน้อยว่า ในที่นี้ยังมีผู้คนรู้จักอาตมาด้วยหรือ

“ท่านรู้จักอาตมาด้วยหรือ” อาตมาถามด้วยความฉงน

“ค่ะ ดิฉันเป็นแฟนประจำหนังสือที่ท่านแต่ง”

“เธอชื่ออะไรล่ะ”

“เซียะฉี”

“ชื่อไพเราะ สมกับหน้าตาที่งดงาม”

“ขอบคุณค่ะ”

เซียะฉี ดีใจมากและพูดต่อว่า
“การได้พบท่านอาจารย์หลูฯ ที่นี่รู้สึกดีใจมาก เพราะคิดว่าโอกาสที่ฉันจะได้ไปจากที่นี่มาถึงแล้ว ฉันอยากจะออกไปจากเมืองนี้ เพื่อไปที่สวยงามอีกแห่ง”

“อาตมาคงไม่สามารถพาเธอออกไปให้พ้นจากดินแดนแห่งนี้ได้หรอกนะ”

“ท่านอาจารย์หลูฯ ต้องช่วยฉันได้สิคะ”

“ช่วยนะช่วยได้ แต่ไม่ใช่พาผีสาวไว้อยู่เคียงข้างตัวเองแบบนี้”

“นั่นสิคะ” เซียะฉีพูด
“แต่ฉันคิดว่าเวลานั้นมาถึงแล้วกราบท่านอาจารย์หลูฯ โปรดช่วยฉันอย่างสุดความสามารถด้วยเถอะค่ะ”

“แล้วท่านทราบได้อย่างไรว่าอาตมาสามารถช่วยได้จริงๆ”

“ผีก็มีสัมผัสที่ 5”
เซียะฉียิ้มดั่งกุหลาบแรกแย้มแล้วทั้งอาตมากับเซียะฉีได้เดินคุยกันมา จนมาถึงร้านกาแฟ และได้แวะดื่มกาแฟกัน (วิญญาณมีอภิญญา 5 ประการ หูทิพย์ ตาทิพย์ จิตทิพย์ อิทธิบาท ระลึกชาติ ยกเว้นอภิญญาที่ 6 อาสวักขยญาณ- การรู้จักทำอาสวะให้สิ้นไป) เซียะฉีสั่งกาแฟแก้วหนึ่ง แล้วทำท่าจะสั่งกาแฟให้อาตมาด้วยอีกแก้ว แต่อาตมาสั่นหัวปฏิเสธว่า

“อาตมาไม่เคยดื่มกาแฟ”

“เพราะเหตุใดถึงไม่ดื่มล่ะคะ”

“อาตมานอนไม่หลับ”

“กาแฟของที่นี่ไม่มีคาเฟอีน”

“เอะ…ในเมืองผีนี้เจริญถึงขั้นนี้แล้วหรือ ถึงกับขายกาแฟชนิดไม่มีคาเฟอีน ถ้าอย่างนั้นอาตมาขอลองดื่มสักแก้วก็แล้วกัน”
ระหว่างนั่งดื่มกาแฟ อาตมากับเซียะฉีคุยกันอย่างได้อรรถรส เมื่ออาตมาเอ่ยถามว่าตายเพราะเหตุใด พอได้ยินอาตมาถามแบบนี้สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปทันทีและกล่าวว่า

“การแต่งเมียเพื่อสืบตระกูล ไม่จำเป็นต้องมีพิธีรีตอง ขัดสีฉวีวรรณ ที่สุดก็เป็นเหมือนความฝัน ทุกคราที่เห็นคนร่ำรวยมีเมียมาก สุดท้ายพอเบื่อก็เย็นชา เรียกหาปรนเปรอยามต้องการชีวิตหามีความหมายไม่”

หมายความว่าเป็นเมียน้อยเขาหรือ”

“ใช่ค่ะ”

“เป็นเมียน้อยดีนี่ ผู้ชายมักรักเมียน้อย” อาตมาพูด

“แต่ก็ยังมีเมียน้อยคนแล้วคนเล่า ท่านอาจารย์หลูฯ คงไม่ทราบว่า สำหรับคนรวยการมีเมีย 4-5 คน นั้นไม่ถือว่ามาก”
เซียะฉีพูดพลางทำหน้าเศร้า

“อ่า…ความจริงเป็นเช่นนี้หรอกหรือ”

“หัวอกของคนมีเงิน” เซียะฉีพูด

“แล้วตัวเธอล่ะ”

“ฉันตัดสินใจกระโดดตึกตายค่ะ”

“กระโดดตึกตายจริงหรือ ล้ออาตมาเล่นหรือเปล่า”

“เปล่าค่ะ” เซียะฉีพูด “เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบเลยกระโดดตึก”

“อาตมาเคยบอกในหนังสือแล้วนี่ว่าห้ามฆ่าตัวตาย”

“แต่เมื่อถึงคราว สมองมันก็ว่างเปล่า นึกไม่ออกแล้ว”

“แล้วการที่เธอได้อยู่ในนครแห่งนี้ ยังไม่พอใจอีกหรือ”

“ท่านอาจารย์หลูฯ ท่านทราบหรือแสร้งไม่ทราบคะ ว่าบุคคลที่ฆ่าตัวตายทุกยามหนึ่ง หรือถึงรอบของการตาย จะต้องตายซ้ำๆ ซากๆ เป็นความรู้สึกที่ทรมานเจ็บช้ำถึงทรวงนครแห่งนี้หากมองผิวเผินไม่มีอะไร แต่ผีที่อยู่ในนี้ ต่างต้องทนทุกข์ทรมานเจ็บช้ำมาก”

“โอ้โฮ” อาตมาอุทานอยู่ในใจ

“ขอร้องละค่ะ ท่านอาจารย์หลูฯ ท่านต้องพยายามช่วยฉันออกไปจากนครแห่งนี้ให้ได้” เซียะฉีพูด
อาตมาฟังแล้วก็รู้สึกสงสาร แล้วจึงตอบตกลงด้วยการพยักหน้า

******

ต่อมาวันหนึ่ง มีคนชื่อ ‘เฉินเต๋อ’ มาพบอาตมา คนๆนี้รูปร่างหน้าตาดี ล่ำสัน สรวมชุดสูท หลังจากเข้าบ้านก็ถอดเสื้อสูทออก ปลดเนคไท พลางชี้ไปที่คอตัวเองให้อาตมาดู ว่าเขาเป็นฝีใหญ่ปานลูกไข่ไก่เฉินเต๋อกล่าวกับอาตมาว่า
“ผมมีฝีที่เป็นเนื้อร้ายครับ”

“ท่านก็ไปรักษาด้วยการผ่าตัดออกเสียสิ”

“หมอบอกว่าถ้าผ่าตัด จะอันตรายมาก เพราะฝีมีขนาดใหญ่ และมีเส้นประสาทซับซ้อน จึงทำให้การผ่าตัดเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก แต่ถ้าหากใช้เคมีบำบัด ผมก็จะร่วงหมด ตัวจะผอม และเส้นเลือดฝอยจะแตก ผมเองก็กำลังคิดอยู่ว่าจะรักษาแบบไหนดีครับ”

“งั้นอาตมาจะช่วยใช้สมาธิตรวจดูเกี่ยวกับฝีร้ายนี้ก็แล้วกัน”

“ขอบคุณท่านอาจารย์หลูฯ มากครับ”

อาตมาหลับตา พลางสำรวมจิตทำสมาธิ เมื่อจิตสำรวมได้ขณะถึงจุดหนึ่ง อาตมาก็ทราบถึงสาเหตุที่ผู้อื่นไม่ทราบการบรรลุสิ่งที่เราต้องการมองเห็นในความเร้นลับได้นั้นเท่ากับว่าเป็นผู้ที่สำเร็จแล้วยกตัวอย่างเช่น มีผู้คนถามว่า
“ไก่เกิดก่อนไข่ หรือ ไข่เกิดก่อนไก่”
คำถามนี้เป็นคำถามที่ตอบยาก เพราะไก่ฟักจากไข่มาเป็นตัว ฉะนั้นจึงบอกว่ามีไข่ก่อนก็ย่อมได้ แต่ถามว่าไข่ก็ออกมาจากไก่ ถ้าไม่มีไก่แล้วจะมีไข่ได้อย่างไร แล้วถ้าไม่มีไข่จะมีไก่ได้อย่างไรเช่นกัน จนปัญหานี้เป็นปัญหาโลกแตกเถียงกันไปเถียงกันมา ไม่สามารถสรุปได้แต่ผู้ที่นั่งสมาธิ ย่อมทราบดีว่า
1. ขณะที่โลกเริ่มเกิดใหม่ๆ ยังขมุกขมัว ไม่เคยปรากฏมีลูกไข่และตัวไก่
2. ขณะที่ความบริสุทธิ์และมลทินต้องแยกจากกัน ความบริสุทธิ์นั้นเปรียบได้ดั่งไข่ที่ใสสะอาดและไร้มลทิน ความบริสุทธิ์เป็นเบื้องบนฟ้า และมลทินนี้ลงสู่เบื้องพื้นดิน
3. ฟ้าดิน ชายหญิง เกิดสัมผัส 2 ลมประสาน
4. เพศผู้เพศเมียเปรียบเปรยไข่ออกไก่ ดังนั้นผู้เรียนสมาธิจะตอบคำถามนี้ว่า “มีไข่ก่อนแล้วจึงจะมีไก่” หากเข้าใจถึงปัญหานี้ รู้ซึ้งถึงปัญหานี้ก็จะล่วงรู้ความเร้นลับของสวรรค์ด้วย และแน่นอนว่าตัวอาตมาเองได้เข้าใจในปัญหานี้ดังนั้นอาตมาจึงสามารถเจอปัญหาของฝีร้ายได้ เนื่องจากฝีร้ายแบ่งเป็นชั้นๆ และในชั้นสุดท้าย อาตมาได้เห็นแสงอิทธิฤทธิ์แฝงอยู่ มีผีตนหนึ่งแฝงอยู่ด้วย และผีตนนั้นช่างดูคลับคล้ายคลับคลาเหมือนอาตมาเคยเห็นหน้า พอเพ่งพินิจพิเคราะห์ดูอีกทีก็ปรากฏว่า คือเซียะฉีนั่นเอง อาตมาจึงถามว่า
“เจ้าพำนักอยู่สถานที่ใด”

“เนื้อร้ายในฝี”

“หากมีการไปหาหมอ เพื่อทำการผ่าตัด เจ้าจะไปอยู่ที่ใด”

“ทั่วไปของร่างกาย”

“แล้วหากใช้วิธีฉายแสงทั่วกายละ”

“ก็อยู่บนช่องว่างของอวกาศ”

อาตมาจึงกล่าวว่า
“เซียะฉี เธอไม่ต้องเถียงกับอาตมา เพราะบนอวกาศเจ้าไม่มีอิทธิฤทธิ์ถึงขนาดนั้นหรอกนะ แต่เธอสามารถกลับไปใช้ชีวิตสงบๆ อยู่ในเมืองผีได้เท่านั้น”

“ถูกต้องค่ะ เพราะฉะนั้นฉันจึงขอร้องให้ท่านนำฉันออกไปให้พ้นจากบ่วงกรรมนี้”

“รู้ไหมว่าเธอได้พยายามพ้นบ่วงกรรมจนเสียสติไปแล้วเธอแทรกกายเข้าในตัวของเฉินเต๋อ จนทำให้มีฝีร้ายเกิดขึ้นทำไมเธอถึงทำอะไรอย่างไม่มีเหตุผลเลยล่ะ”

เซียะฉีก็ตอบว่า
“ฉันไม่ได้ทำแบบไร้เหตุผล แต่เฉินเต๋อได้ก่อกรรมทำเข็ญเอง จะมาว่ากันแบบนี้ไม่ได้ ถือเป็นเพราะกรรมสนองเขาต่างหากค่ะ”

“แล้วอะไรที่เรียกว่ากรรมสนอง”

“ถามเฉินเต๋อเองแล้วจะทราบ”
ออกจากสมาธิ อาตมาลืมตาขึ้น ได้กล่าวถามกับเฉินเต๋อว่า
“ท่านรู้ไหมว่ามีผีที่รับเคราะห์กรรมอยู่ชื่อเซียะฉี ได้อาศัยอยู่ในฝีร้ายที่คอของท่าน และเธอได้บอกกับอาตมาว่า ท่านกับเธอมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งต่อกัน”

เฉินเต๋อได้ฟังแล้วก็ตกใจมากและกล่าวว่า
“วันนั้นเป็นวันเชงเม้ง ผมไปเป็นเพื่อนของคนในครอบครัว ไปสุสานเพื่อเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ทุกคนในบ้านช่วยกันทำความสะอาด ถางหญ้าที่รกร้างทำความสะอาดสุสานจนสะอาดหมดจด แล้วตามด้วยของเซ่นไหว้ มีผลไม้ อาหารเจ และมีอาหารที่บรรพบุรุษชอบรับประทาน เมื่อทุกคนเซ่นไหว้เสร็จแล้ว ก็เผากระดาษเงินกระดาษทองส่งไปให้”

อาตมาขออธิบายถึงเรื่องนี้ว่า พิธีเชงเม้งของคนจีน ต่างจากการเซ่นไหว้บรรพบุรุษของคนต่างชาติมาก เพราะคนจีนจะเซ่นไหว้อาหารเจและกระดาษเงินกระดาษทอง แต่สำหรับคนต่างชาติจะแสดงความเคารพบรรพบุรุษแค่เพียงดอกไม้ เมื่อก่อนเคยมีคนต่างชาติเยาะเย้ยคนจีน หาว่าคนจีนเป็นพวกชอบกิน การเอาของมาเซ่นไหว้มากมายแบบนี้ ทำอย่างกับคนในหลุมฝังศพจะออกมากินของเซ่นไหว้ได้แล้วคนจีนก็ย้อนถามคนต่างชาติว่า ในวันเชงเม้ง เพียงเซ่นไหว้ด้วยดอกไม้ 1 ช่อ คนต่างชาติที่ตายไปแล้ว จะสามารถลุกขึ้นจากหลุมฝังศพมาดมดอกไม้ได้หรือปู่ย่าตาทวดของเฉินเต๋อออกมากินของเซ่นไหว้หรือไม่ เฉินเต๋อย่อมไม่สามารถล่วงรู้ได้ แต่ขณะที่เซ่นไหว้นั้นเฉินเต๋อรู้สึกว้าเหว่ จึงเดินชมรอบๆ แล้วเหลือบไปเห็นทางขวามือประมาณ 30 เมตรมีสุสานใหม่ตั้งอยู่ จึงเดินไปชมก็พบว่าป้ายสุสานใหม่นี้แกะสลักชื่อว่า “บุตรีรัก เซียะฉี” เฉินเต๋อพอมองเห็นก็ทราบดีว่า เป็นป้ายที่พ่อแม่ผู้ปกครองทำให้บุตรสาวในสุสาน และเป็นสาวที่มีอายุยังน้อยพอตรวจดูละเอียดอีกก็เห็นว่าในป้ายมีรูปถ่าย เมื่อก้าวไปดูให้ชัดเจนก็เห็นว่าเป็นหญิงสาวรูปร่างอ่อนช้อย งดงามสมส่วนหน้าตาสวยจิ้มลิ้ม เห็นแล้วชวนให้พิสมัยยิ่งนัก เฉินเต๋อหลงเสน่ห์โดยฉับพลัน

“เสียดาย” เขารำพึงออกมาเบาๆแล้วเฉินเต๋อก็ลืมตัวพลางพนมมือแบบไม่ตั้งใจพูดว่า
“ถ้าวันหน้าผมจะแต่งเมีย ขอให้มีความงามเสมอเหมือนผู้หญิงในสุสานแห่งนี้ก็พอใจแล้ว”
เสร็จแล้วเฉินเต๋อก็เอากล้องมาถ่ายรูปของเซียะฉี 1 ภาพเพื่อนำไปพกไว้กับตัว นึกในใจว่าขอให้มีภรรยาที่มีความงามเหมือนเซียะฉีก็พอใจแล้วอาตมาได้ฟังที่เฉินเต๋อเล่ามา รู้สึกคาดไม่ถึง อาตมาจึงถามว่า

“ท่านทำอย่างนี้จริงๆ หรือ”

“ใช่ครับ”
เฉินเต๋อหยิบรูปภาพจากกระเป๋าออกมาพออาตมามองดูภาพถ่ายก็เห็นว่าเป็นภาพของเซียะฉีจริงๆ

“เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงมากๆ เจ้าหลงเสน่ห์ของเธอขนาดนี้เชียว มิน่าถึงถูกวิญญาณของเธอครอบงำอยู่”

“แล้วจะให้ผมแก้ไขอย่างไรดีครับ” เฉินเต๋อครวญด้วยความตระหนก

อาตมาจึงบอกกับเฉินเต๋อว่า วิธีแก้นั้นมีอยู่ 2 วิธี วิธีแรกต้องสร้างมณฑล สวดส่งวิญญาณของเซียะฉี อาศัยคาถาท่องสวด และพึ่งพาอิทธิฤทธิ์ของเวทมนตร์ เพื่อให้เซียะฉีไปจุติใหม่ และย้ายไปสู่ดินแดนที่สงบ วิธีที่สอง อาตมาจะใช้วิชาบ่อทองและใช้พู่กันวิเศษจิ้มจูซาแดงลงบนฝีเนื้อร้าย และท่องคาถา หนึ่งเขียนธารน้ำ สองเขียนเป็นแม่น้ำ สามเขียนและสี่เขียนเป็นบ่อทอง พู่กันวิเศษแท่งนี้ไม่ธรรมดา เป็นพู่กันของนักปราชญ์หลูซาน ชี้ฟ้า ฟ้าต้องใส ชี้ธรณี ธรณีต้องสันติ ชี้มนุษย์ มนุษย์ต้องอายุยืน ชี้ผี ผีต้องกลับชาติไปตามคำบัญชา ชื่อคาถาเดิม คือ “ชี้ผีสิ้นภพ” อาตมาขอแก้เป็น “ชี้ผีกลับชาติ” การที่จะทำสำเร็จ อาตมาต้องให้เฉินเต๋อมาที่นี่อีกหลายครั้ง เนื่องจากวิชา “บ่อทอง” มีอิทธิฤทธิ์มาก และผงแดงวิเศษเมื่อแต้มลงเนื้อร้าย เพียงครั้งเดียวก็ช่วยสลายลงไปได้มาก หากแต้มครั้งที่ 2 ก็จะเล็กลงอีก และเมื่อใช้ติดต่อกันถึง 7 ครั้ง เนื้อร้ายก็จะหดลดลงเหลือเท่ามุกเม็ดเล็กๆเท่านั้นปรากฏว่าพออาตมาใช้วิชาบ่อทอง 10 ครั้ง เนื้อร้ายนี้ก็หายหมดไม่เหลืออะไร เรียบสนิท และนี่คืออิทธิฤทธิ์ของพู่กันวิเศษ เพียงแตะ ผีเปรตต้องตะลึง สะท้านทั่วครอบคลุมสามภพบ่อทองสูตรลับลือกระฉ่อน เสียงฟ้าฟาดดังสนั่น พ้นบ่วงกรรมท้ายที่สุดเฉินเต๋อก็หายดีเป็นปกติหากเฉินเต๋อไม่พบอาตมา ดีไม่ดีต้องถูกผ่าตัด เพราะถ้าอาศัยวิชาแพทย์สมัยใหม่รักษา จะต้องทนต่อความเจ็บปวดทรมาน นี่ยังโชคดีไม่ต้องเจ็บปวดทรมานอย่างที่คิด เมื่อเฉินเต๋อหยิบรูปภาพของเซียะฉีให้อาตมาดู อาตมาก็บอกว่า
“เก็บไว้เถอะ”

“จะไม่เป็นอะไรอีกใช่ไหมครับ”

“ไม่เป็นไรแล้วล่ะ สามารถเก็บไว้ได้” อาตมาว่า
******
เรื่องที่เหมือนกับเรื่องของเฉินเต๋อเท่าที่อาตมาทราบยังมีตัวอย่างอีกมากมาย นี่ไม่ใช่เป็นเหตุการณ์พิเศษ ตัวอย่างที่ 1 ครั้งหนึ่งมีสุภาพบุรุษผู้หนึ่ง ปรากฏว่าสาวงามใกล้บ้านได้เสียชีวิตลง ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่เขากับสาวงามผู้นั้นต่างรู้จักกันดี แต่ขณะนำศพไปทำพิธี เขาได้กล่าวต่อหน้าโลงศพว่า “น่าเสียดาย น่าเสียดาย” ปรากฏว่าคืนนั้น เขามีอาการเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว คลับคล้ายได้พบเห็นหญิงสาวคนนั้น หลังจากนั้นทุก 4 โมงเย็น เขาจะรู้สึกหนาวเย็น รู้สึกเหมือนกับว่าสาวผู้นั้นได้มาหาอีก นานวันเข้าชายผู้นี้ร่างกายก็เริ่มอ่อนแอลง กำลังวังชาถดถอย จิตใจกระสับกระส่าย ตกใจตื่นกลางดึก เหงื่อแตก ใจคอสั่น แต่พอไปให้หมอตรวจดูก็บอกเพียงแต่ว่าเขาเป็นหวัดชายผู้นี้ได้มาพบกับอาตมา พออาตมามองดูก็รู้ว่าถูกผีครอบงำ วิธีแก้การถูกผีครอบงำ มีอยู่ 2 วิธี
วิธีที่ 1. คือการส่งผี โดยขับผีออกไป
วิธีที่ 2. คือปิดกั้นเขตในบ้านหรือห้องนอนของตัวเองไม่ให้ผีเข้ามายุ่งเกี่ยว
สำหรับปัญหาการถูกผีครอบงำ อาตมาได้เคยศึกษามาพอสมควรก็พบว่า บางคนมักเจออยู่บ่อยๆ แต่บางคนก็ไม่เคยเจอเลย กล่าวโดยทั่วไปคือ คนที่ดวงตกมักจะพบผีครอบงำตัวเองอยู่เป็นประจำ ส่วนคนที่ดวงดีหรือมีราศีแก่กล้ามักไม่พบง่ายๆเท่าที่อาตมาทราบมา คนที่เกิดราศีกุมภ์ เดือน 2 และเดือน 11 ของจีน มักถูกผีครอบงำจำนวนมาก หากไม่รักษาทันที นานเข้าเส้นประสาทจะอ่อนแอ พูดจาเลอะเทอะ เพ้อฝัน คล้ายดั่งอาการของคนประสาทไม่ปกติ ทางแพทย์มักพูดถึงอาการนี้ว่าประสาทหลอน โรคเพ้อเจ้อ โรควิตกกังวล ทางวิญญาณศาสตร์มักพูดว่าถูกผีครอบงำ ตัวอย่างที่ 2 มีสาวงามผู้หนึ่ง มีอาการแขนปวดเมื่อยเจ็บปวดมาหลายปี ไปหาหมอ ทั้งแผนปัจจุบันและแผนโบราณ ได้รับการรักษาทุกวิธีทั้งการแปะ ถู ทานยา รักษาภายใน ฉีดยา และฝังเข็มก็แล้ว แขนที่ปวดเมื่อยเจ็บปวดก็ยังไม่หายเสียที สุดท้ายเธอก็ได้มาพบอาตมาเพื่อทำการรักษา เมื่ออาตมาใช้วิชาวิปัสสนาก็มองเห็นว่า ในแขนของเธอมีวิญญาณผู้ชายสิงอยู่ และอาการปวดเมื่อยของแขนก็เกิดจากการถูกผีครอบงำนั่นเอง และผีผู้ชายที่อาตมาตรวจพบนั้นก็เป็นเพื่อนชายของเธอเองผู้ชายคนนี้ได้ตกน้ำตายเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นพอรู้ข่าวเธอก็เสียใจจนคิดจะตายตามไป เมื่อหวนคิดถึงระยะเวลาที่ปวดแขนกับระยะเวลาที่เพื่อนชายตายไปช่างมีเวลาที่เท่ากันพอดี แต่สุดท้ายอาตมาได้ช่วยเธอให้หายจากอาการเจ็บปวดที่แขนและการถูกผีครอบงำ โรคที่หมอรักษาไม่หายนานหลายปีนั้น เมื่อมาพบอาตมาก็หายได้อย่างอัศจรรย์ ตัวอย่างที่ 3 มีสาวผู้หนึ่ง มักจะถูกผีครอบงำอยู่เป็นประจำ เรียกว่าเพียงพบเห็นผู้อื่นจัดงานศพหรือที่หัวถนนมีการแห่ศพ พอกลับถึงบ้านก็จะพบกับอาการมืดมัวทันที ทานข้าวไม่ลง คลื่นไส้ นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย หนาวๆ ร้อนๆ เวลาใช้มีดหั่นผักก็มักเผลอหั่นถูกมือตัวเองจนได้รับบาดเจ็บ เวลาเดินก็มักหกล้ม ร่างกายได้รับบาดเจ็บอยู่เป็นประจำ มีโชคร้ายมาเยือนเธอเสมอบางคนคิดว่า สาวผู้นี้อาจเป็นโรคจิต ตอนแรกอาตมาก็มีความคิดเช่นนี้เหมือนกัน แต่แล้วภายหลังปรากฏว่าร่างกายเธอพลันร้อนขึ้นมา ดวงตาคล้ำลง ขอบตาดำเหมือนหมีแพนด้า ข้อสำคัญที่สุดคือหญิงสาวผู้นี้มีวิญญาณติดตามเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ถือเป็นอาการ “ผีครอบงำ” จริงๆผีที่ครอบงำสาวผู้นี้ไม่สามารถแก้ไขได้ง่าย เนื่องจากแก้ไขให้แล้วก็จะถูกครอบงำอีก ดังนั้นอาตมาจึงสอนเธอสวดคาถา “องค์ธรรมบาลวัชระอชลมนตราชา (คงกระพัน)” ในบ้านให้บูชาองค์ธรรมบาลวัชระอชลมนตราชา บำเพ็ญและทำมุทราขององค์ธรรมบาลวัชระมนตราชา สาวผู้นี้ปฏิบัติธรรมแบบตั้งใจ หากพบงานศพและการแห่ศพ เธอเพียงทำมุทราและท่องสวดคาถา องค์ธรรมบาลวัชระอชลมนตราชา 3 จบ ท่านก็จะปรากฏกายมาคุ้มครอง หลังจากนั้นก็จะไม่ถูกผีครอบงำอีก ฉะนั้นอาตมาจึงอยากให้ข้อคิดแก่ผู้ที่ดวงตกและมีจิตอ่อนแอ ง่ายต่อการถูกผีครอบงำ ว่าต้องหมั่นท่องบทสวดมนต์และปฏิบัติธรรมขององค์เทพ เพราะนี่เป็นวิชาสำคัญในการปกป้องคุ้มครองการครอบงำจากผีร้าย

******

เท่าที่อาตมาทราบ มนุษย์มักถูกผีครอบงำ เนื่องจากมีจิตใจหวั่นไหว ซึ่งต้นเหตุล้วนมาจากตัณหาโดยส่วนตัวอาตมา ได้ผ่านเมืองนรกมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน จนมีความนึกคิดที่ล้ำลึก รับรู้ว่า พวกที่เสวยสุขอยู่บนสวรรค์ทั้ง 28 ชั้น มักเป็นผู้ที่มีจิตใจบริสุทธิ์ แต่สำหรับผู้ที่อยู่เมืองนรกมักเป็นพวกที่มีตัณหาหนักเหมือนภูเขาสูงที่มืดมัว โสโครกดั่งก้นสมุทรพวกนี้มีกิเลสหนาทำกรรมชั่วเอาไว้มากมาย เช่น ฆ่าคน เรียกค่าไถ่ ปล้น วางเพลิง ลักขโมย เป็นต้น และที่มากที่สุดคือ การละเมิดทางเพศ เป็นสิ่งที่มวลมนุษย์ละเมิดง่ายที่สุด ไม่เพียงละเมิดง่ายเท่านั้นแต่มักจะทำผิดแล้วทำผิดอีกกล่าวโดยสัจธรรม การข่มขืนผู้หญิง ชำเราลูกเมียผู้อื่นรับโทษตกนรก 500 กัปกัลป์ จึงจะได้กลับมาเกิดใหม่ และเมื่อกลับมาเกิดแล้ว ก็ต้องเกิดเป็นสัตว์ เป็นลา ม้า และวัวอีก 500 กัปกัลป์ จึงจะสามารถกลับมาเกิดเป็นมนุษย์ได้อีกและเมื่อได้เกิดใหม่ก็หาใช่คนที่สูงส่งไม่ กลับเป็นโสเภณีชั้นต่ำส่วนการข่มขืนแม่ม่ายและแม่ชีหรือผู้ถือศีล เมื่อตกนรกแล้วต้องรับโทษ 800 กัปกัลป์ จึงจะกลับชาติมาเกิดเป็นแพะหรือหมู ทุกชาติต้องเป็นอาหารของมนุษย์อีก 800 กัปกัลป์ ถึงจะกลับชาติมาเกิดเป็นมนุษย์ได้ หลังจากเมื่อกลับชาติมาเกิดเป็นมนุษย์ ร่างกายจะมีอวัยวะไม่ครบสมบูรณ์เช่น ตาบอด เป็นใบ้ พิการไม่สมประกอบการผิดกฎทางจารีตประเพณี เช่น พ่อข่มขืนลูกสาว แม่ผิดศีลกับลูกชาย หรือพี่น้องละเมิดซึ่งกันและกัน ผู้อาวุโสละเมิดกับผู้อ่อนวัย หรือผู้อ่อนวัยละเมิดผู้อาวุโส ชายละเมิดต่อชาย หญิงละเมิดต่อหญิง ในนรกต้องรับโทษทัณฑ์ 1,500กัปกัลป์ จึงจะหลุดพ้นบ่วงกรรม เมื่อหลุดพ้นต้องกลับชาติมาเกิดเป็นงูและหนูอีก 1,500 กัปกัลป์ จึงจะกลับชาติมาเกิดเป็นมนุษย์ แต่อายุไม่ยืนนาน บางครั้งต้องตายในท้องแม่หรือตายตั้งแต่ยังเด็กยังมีประเภทเขียนหนังสือลามก เข้าข่ายประเภททำลายจิตใจมนุษย์ รับโทษสถานหนัก ตายแล้วตกนรกอเวจี และจะออกจากประตูนรกอเวจีก็ยากแสนยาก ต้องรอจนหนังสือลามกที่เขาเขียนนี้หมดไปก่อนจึงจะออกจากนรกนี้ได้ อาตมาเคยกล่าวไว้แล้วว่า หนังสือลามกมีโทษประการใด เพราะเหตุว่าบรรดาสาวงามทั้งหลาย พอได้สัมผัสการยั่วยุให้เกิดอารมณ์ทางเพศจากหนังสือลามกแล้ว มักมีอารมณ์หวั่นไหวจากไฟโลกีย์ กลายเป็นหญิงสาวเสเพลหลงใหลในกาม เหตุเพราะหนังสือลามกเหล่านี้สามารถผลักดันให้สาวที่เคร่งครัดจารีตประเพณีสูญเสียความบริสุทธิ์ยิ่งพวกนักเรียนพอเห็นหนังสือลามก ตัณหาเพิ่มหนักเผลอสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง นี่ไม่แต่ผู้ชายเท่านั้น แม้แต่หญิงสาวก็เป็น พวกวัยรุ่นหากชอบสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง อาจทำให้ร่างกายอ่อนแอ กลายเป็นคนอายุสั้น หรือบอบช้ำทางร่างกาย หนังสือลามกโทษมหันต์ เพราะหนังสือลามกเหล่านี้นำพาจิตใจให้ฟุ้งซ่านและทำลายความเชื่อมั่นในตัวอาตมาจึงเห็นว่าโทษของหนังสือลามกใหญ่หลวงนัก อาตมาทราบดีว่าโลกอันกว้างใหญ่ สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ กิเลสทั้ง 5 (ลาภ เพศสัมพันธ์ เกียรติ กิน นอน) สิ่งที่สลัดยากที่สุดคือ เพศสัมพันธ์อาตมาพบเห็นวีรบุรุษบนโลกทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่ายิ่งใหญ่สักปานใด เมื่อพบเห็นหรือสัมผัสกับสาวงามมักกลายเป็นสุนัขทันที หรือแม้แต่ผู้ที่เฉลียวฉลาดมีชื่อเสียงในทางสังคม พอพบเห็นสาวทรงเสน่ห์ก็มักจะเสียผู้เสียคนไป ตั้งแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่านักปราชญ์หรือคนโง่เขลาประการใดเหมือนกันหมดปัจจุบันอาจไม่เหมือนโบราณกาล เพราะว่าโลกเราทุกวันนี้มีสารพัดสิ่งยั่วยวน แสงสีเสียงครบ นำพาสู่ความหายนะทางกามารมณ์ คุณธรรมและศีลธรรมในโบราณกาลมา เสื่อมโทรมสูญสิ้นแล้ว ไม่ว่าคนหนุ่มหรือแก่ล้วนครุ่นคิดในเรื่องเพศสัมพันธ์ ต่างคุ้นกับมันเป็นนิจ ไม่รู้สึกแปลกใจที่วงสนทนาชอบพูดเรื่องลามก สองแง่สองง่าม ยิ่งฟังยิ่งเพิ่มอารมณ์ ความคิดทางเพศยิ่งเพิ่มทวีคูณ ต่างตกเป็นทาสของจิตใจใฝ่กามารมณ์ ความต้องการทางเพศครอบงำ น่าสมเพชจริงๆ สรรพสัตว์ทั้งหลายต้องตกลงในทะเลแห่งบ่วงกรรมผลกรรมจากการประพฤติผิดในกามล้วนหนักหนาสาหัสมาก เช่น
1. ลูกเมียต้องใช้หนี้
2. เสื่อมเสียชื่อเสียง
3. ลูกหลานรับกรรม
4. ร่ำรวยกลับจน
5. ฐานะตกต่ำ
6. อายุบั่นทอน
7. ทรมานในนรก
8. กลายเป็นเปรต หรือสัตว์เดรัจฉาน
สำหรับคนที่ถือศีลและปฏิบัติธรรม ต้องเข้าใจว่า กามคือความว่างเปล่า วันนี้พร่ำสอนมวลมนุษย์ว่าต้องมีจิตสำนึกทำลายสิ่งยั่วยุโดยเฉพาะกามตัณหาซึ่งเป็นอุปสรรค แม้จะดูว่าหน้าใสงามสะพรั่งที่แท้กลับล้วนเป็นกะโหลกหุ้มเนื้อ สาวงามหน้าแดงทุกอย่างล้วนเป็นเนื้อและเลือด คาวเหม็นสุดๆต้องระวังจะพลั้งกาย ทุกคนต้องฝ่าฟันความลุ่มหลง และตื่นจากภวังค์

******