พิมพ์ PDF

ตายแล้วฟื้นคืนชีพ

ครั้งหนึ่งเคยมีคนถามเรื่องอายุขัย อาตมาได้ตอบไปว่า
“อาตมาไม่เคยทำนายใครจะตายเมื่ออายุเท่าไร นี่คือข้อปฏิบัติเก่าแก่ ซึ่งใครๆ ก็รู้ดี”

ผู้ที่ถามก็พูดว่า
“อย่างนั้นถ้าไม่ให้ถามว่าตายเมื่ออายุเท่าไร แต่ขอถามว่าอายุยืนแทนได้ไหม”

อาตมาจึงตอบว่า
“ยืน”
แขกผู้นั้นดีอกดีใจ นำเอาข่าวที่ทำนายว่า อายุยืนไปบอกคนในครอบครัวและเพื่อนบ้านญาติมิตร ทุกคนต่างก็แสดงความยินดีประมาณ 2 ปีผ่านไป เมื่อผู้ที่ถูกทำนายว่าจะอายุยืน มีอายุได้เพียง 49 ปี ก็เกิดเป็นลมล้มลงหน้าบ้านตัวเอง (และตายอยู่ที่นั่น) เมื่อถูกส่งเข้าโรงพยาบาล แพทย์ได้บอกว่า เขาเสียชีวิตแล้ว ให้ญาติกลับบ้านไปเตรียมงานศพเมื่อเกิดเรื่องนี้ขึ้น ลูกชายเขาที่ชื่อ เจี่ยงซิน มาต่อว่าอาตมาว่า
“ในเมื่อพ่อผมถูกทำนายว่า อายุยืน แล้วทำไมอายุเพียง49 ปี ถึงตายละครับ”

“เป็นไปไม่ได้”
อาตมาตอบ

“อะไรเป็นไปไม่ได้ ก็เห็นอยู่ว่าตายไปแล้ว เจ้านี่เป็นนักต้มตุ๋นดีๆ นี่เอง เที่ยวอวดอ้างว่า สามารถทำนายแบบทิพย์ได้เป็นที่หนึ่ง แท้จริงก็แค่หมอเดา”

อาตมาอ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออก
“นี่…นี่…ใจเย็นๆ ก่อนสิ”

“นี่…นี่…อะไร ชดใช้ชีวิตพ่อข้ามา”

“ชีวิตอาตมามีหนึ่งเดียว ถ้าชดใช้แล้วจะยังมีชีวิตหรือ”

“ถ้าไม่ชดใช้ชีวิตมาผมก็ไม่เอาอะไรอีกแล้ว”

เจี่ยงซินโกรธจนเป็นบ้า กำมือจะต่อยอาตมาอาตมาจึงบอกว่า
“อาตมาจะลองตรวจสอบดวงชะตาพ่อเจ้าดู ว่าเหตุไฉนอายุจึงสั้นอย่างนี้ แล้วค่อยให้คำตอบ”

“ได้...ไปเอาเหตุผลที่ถูกต้องมา ไม่อย่างนั้นจะไม่ปล่อยแก แล้วจะไปบอกพวกนักข่าวว่าแกเป็นนักต้มตุ๋น”

************

อาตมาทำสติให้นิ่งใช้จิตวิญญาณธาตุแท้ของตัวเอง ฝึกฝนจักรวาลฟ้าดินประกอบแท้จริง โพธิสัตว์ลงจากเก้าชั้นฟ้าแสงสว่างโปร่งใสรีบปกป้องธรรมบาล ทั้งหลายยืนสองข้างกระถางทอง ไม้จันทน์ควันหอมหวลธรรมกายวิสุทธิ์จิตเป็นธรรมชาติเสียงดังกึกก้องสามพันภพภูมิผ่านพ้นไตรภพแจ้งปรินิพพาน อาตมาไล่ตามบิดาของเจี่ยงซิน ในทางของปรโลกอาตมาได้เห็นคนสวมเสื้อเขียว 2 คนจับตัวพ่อของเจี่ยงซินเดินไปพออาตมาไปถึง พ่อของเจี่ยงซินเห็นเข้าก็ตระโกนว่า
“ท่านอาจารย์หลูฯ ช่วยผมด้วย ได้โปรดช่วยผมด้วยครับ”

อาตมาดัก 2 คนนั้นไว้แล้วถามว่า
“คนผู้นี้อายุขัยยังไม่หมด ทำไมถึงลงปรโลกได้”
เมื่อคนสวมเสื้อเขียว 2 คน เห็นว่าตัวของอาตมาเปล่งไตรแสงวิโรจน์ จึงคำนับอาตมา แล้วนำเอกสารชุดใหญ่ออกมาให้ดูใต้ชื่อของพ่อเจี่ยงซิน มีตัวหนังสือเขียนอยู่มากมาย ล้วนแต่เป็นการบันทึกชีวิตประจำวัน เมื่ออ่านดูแล้วปรากฏว่ามีอายุยืนนานจริง แต่มีหมายเหตุตอนท้ายว่า
“วันที่…เดือน…ปี…ได้ข่มขืนหญิงสาวผู้หนึ่ง จึงควรตัดอายุขัย ให้สิ้นชีพอายุ 49 ปี”
อาตมาอ่านแล้วก็ตกใจมาก ถามพ่อของเจี่ยงซินว่า

“เป็นเรื่องจริงหรือ”

“ครับ เพราะผมเพียงนึกสนุกชั่วครู่ ตอนนี้รู้ว่าผิดแล้ว รับรองว่าจะแก้ไขและจะทำความดีอย่างจริงจัง ได้โปรดช่วยชีวิตผมด้วย ผมไม่อยากลงนรก”

เมื่อเห็นเป็นแบบนี้ อาตมาก็อดสงสารไม่ได้ จึงถามคนเสื้อเขียว 2 คนนั้นว่า
“ยังพอมีทางช่วยได้ไหม”

“ไม่มีครับ”
สองคนนั้นตอบและสั่นหัว
“เมื่อเอกสารคำสั่งชุดใหญ่ลงมาแล้ว ไม่มีผู้ใดคืนชีพได้ นอกจากนักโทษจะสาบานตนและเทพเจ้าประทับตรารับรอง นอกนั้นช่วยไม่ได้”

“ผมสาบานได้”
พ่อของเจี่ยงซินพูดเสียงดัง

“แล้วใครประทับตรา”
แล้วคนเสื้อเขียวทั้งสองก็พูดต่อว่า
“ท่านมีแสง 3 ชนิดอยู่กับตัว แสงพุทธ แสงวิญญาณ และแสงทอง สามารถประทับตราได้”
เสร็จแล้วคนเสื้อเขียวทั้งสองจึงพาตัวพ่อเจี่ยงซินหันไปทางทะเลกว้าง ให้พ่อเจี่ยงซินสาบานตน

“ข้าขอสาบานว่าจะเลิกประพฤติผิดในกามตลอดชีวิตไม่มีวันเปลี่ยนใจ หากทำผิดอีก ขอความหายนะจงสนองให้เห็นทันตา ต่อจากนี้ไป จะขอร้องผู้อื่นให้ถือศีล ตลอดชีวิตจะทำแต่ความดี เป็นศิษย์พระพุทธ จะพยายามบำเพ็ญตน”
และอาตมาก็ลงนามลงบนเอกสารชุดใหญ่นั้นคนเสื้อเขียวทั้งสองพาพ่อของเจี่ยงซินลงไปในทะเล

************

ส่วนทางพ่อของเจี่ยงซินนั้น เดิมทีที่หัวใจหยุดเต้นแล้วความอบอุ่นของร่างกายก็ลดลง นัยน์ตากลับขาว เท้าทั้ง 2 ข้างก็แข็งทื่อ ที่เรียกกันว่า“ยืดขาถ่างตา” พูดง่ายๆ ว่าเขาตายไปแล้วเต็มวัน ข้างตัวห้อมล้อมด้วยลูกๆ และญาติมิตร แต่อยู่ๆ หัวใจก็กลับเต้นขึ้นมาอีก ส่วนบริเวณหัวใจค่อยๆ มีความอบอุ่น มือเท้าก็ค่อยๆ มีความรู้สึกหนังตากระตุก นิ้วมือขยับพ่อของเจี่ยงซินคนนี้ เหมือนนอนหลับไป ตายแล้วฟื้นคืนชีพ ลุกขึ้นมาขอน้ำดื่ม ข่าวการตายแล้วฟื้นคืนชีพเรื่องนี้เคยเป็นที่ฮือฮาของสื่อมวลชน ลงเป็นข่าวในหนังสือพิมพ์ต่างๆมีผู้คนมากมายมาถามว่า

“ตายแล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง”

“เหมือนฝันไป”

“ฝันอะไร”

“ไม่มี”
พ่อของเจี่ยงซินตัดสินใจไม่บอก ถึงแม้พ่อของเจี่ยงซินไม่พูดอะไร แต่พอพบผู้คน ก็ขอร้องคนอื่นอย่าประพฤติผิดในกามจริงๆ และมักจะกล่าวแต่ความหายนะของการประพฤติผิดในกาม วันหนึ่งพ่อของเจี่ยงซินได้มาหาอาตมา
“ท่านอาจารย์หลูฯ ผมมาหาท่านแล้ว”

“อาตมารู้ว่าท่านต้องมา”

“ผมมากล่าวขอบคุณที่ท่านช่วยลงนามประทับ”

“ไม่เป็นไรหรอก” อาตมาว่า

“ผมมากราบคารวะเพื่อเรียนธรรมะ กราบท่านเป็นอาจารย์”

“ดีมาก”

“ขอให้ท่านอาจารย์หลูฯ นั่งเบื้องหน้า”
อาตมานั่งนิ่งบนเบาะกลม พ่อของเจี่ยงซินกราบคารวะต่ออาตมา

อาตมาว่า
“ไตรสรณะของอาตมานี้มีบางสิ่งไม่เหมือนคนอื่น ไตรสรณะของคนอื่นคือ สรณะพุทธะไม่ตกนรก สรณะธรรมะไม่ตกผีเปรต สรณะสังฆะไม่ตกวัฏสงสาร ธรรมจักรหมุนเวียนตลอดไม่หยุดหย่อน”
ไตรสรณะของอาตมา คือ สรณะพุทธะต้องสามจิตแน่วนิ่ง ขจัดความโลภทั้งหก ทำจิตสะอาดบริสุทธิ์เสมอ ไม่ทำผิดต่อจิตเดิมแท้ สรณะธรรมะ คือคำหยาบไม่พูด ผิดมารยาทไม่มอง ผิดศีลไม่ทำ กายไม่มีการเดินออกนอกลู่นอกทางปากไม่มีวาจาที่ใส่ร้ายกัน ใจเป็นหนึ่งเดียวและสรณะสังฆะ คือ กายใจสะอาดบริสุทธิ์ รอดพ้นจากไตรภูมิ จุดยืนของธรรมกาย รู้ว่าการเกิดมาจากหนใด การตายจะไปที่ไหน รู้จักหนทางของทวารแห่งการเกิดและตาย ถิ่นที่โปร่งใสบริสุทธิ์ของธรรมกาย เป็นอยู่ไม่ดับสูญพ่อของเจี่ยงซินฟังแล้ว จึงได้รู้ถึงไตรสรณะที่แท้จริง

“สิ่งที่ท่านอาจารย์หลูฯ กล่าวนั้นเป็นหลักความจริง ผมอยากตอบแทนบุญคุณการสอนสั่งของท่านครับ ไม่ทราบว่าอนาคตอาจารย์จะอยู่แห่งหนใด ผมจะรับใช้ปรนนิบัติอย่างไรได้บ้าง”

อาตมาก็ตอบว่า
“ขึ้นเหนือลงใต้ ไร้กังวล ท่องไปห้าทวีปของโลกา จะถามกายหยุดที่ใด บำเพ็ญตนสมถะเป็นนิจบนชั้นฟ้า อาตมาขอบอกไว้เลยว่า ไม่จำเป็นต้องปรนนิบัติเพื่อตอบแทน แต่ขอให้บำเพ็ญธรรมตามไตรสรณะ เพียรไม่หยุดหย่อน เพียงเท่านี้ก็คือการปรนนิบัติ คือการตอบแทนแล้ว”

พ่อของเจี่ยงซินคำนับแล้วก็ลากลับไปตามที่อาตมารู้ พ่อของเจี่ยงซินสั่งพิมพ์หนังสือมากมายจัดพิมพ์  “หนังสือคำเตือนชาวโลกยิลิเป่าเชา” (เรื่องรับโทษในนรก) และ “พระสูตรแห่งเกาอ๋อง” แจกคนทั่วไป จัดพิมพ์ “พระสูตรเจินฝอจิง” (พระสูตรแห่งพุทธแท้)เรื่อง “ไม่ประพฤติผิดในกาม” เจอใครก็ตักเตือนพ่อของเจี่ยงซิน ภายหลังออกบวชเป็นพระสงฆ์พระสงฆ์บางรูปในวัดเอ่ยชื่อหลูเซิ่งเยี่ยนก็ด่าทอไม่หยุดมีแต่พ่อของเจี่ยงซินไม่พูดอะไร สวดพระนามพระพุทธเจ้าตลอดเท่านั้น เขาเขียนโศลกบทหนึ่งให้อาตมาพุทธอื่นพุทธตน เซียนอื่นเซียนตนธุลีกว้างขวาง บริสุทธิ์อยู่แต่ตน พ่อของเจี่ยงซินรู้แจ้งแล้ว

************