พิมพ์ PDF

ความหายนะที่ใหญ่หลวงและลึกซึ้ง

วันหนึ่ง นักเขียน “เซี้ยหยุ่น” ได้มาหาอาตมา เซี้ยหยุ่น กล่าวกับอาตมาว่า การที่อาตมาเขียนหนังสือ ออกมาแล้วกว่า 100 เล่ม ไม่เคยหยุดเขียนแม้แต่วันเดียวตัวเขารู้สึกเคารพนับถือยิ่งนัก อาตมาเองก็ทราบว่า เซี้ยหยุ่นเป็นนักเขียนที่มีความสามารถมาก ลงมือเขียนครั้งละพันคำพันประโยค บทวิจารณ์ของเขาละเอียดมีสาระ ไม่เหมือนใคร และหาใครเสมอเหมือนไม่ได้ ในชั้นเชิงการเขียนนั้นอาตมาเองก็นับถือเขามากเช่นกัน เมื่อนักเขียนเช่นนี้มาเยี่ยม อาตมาจึงรู้สึกยินดีมาก เซี้ยหยุ่นถามว่า

“ท่านอาจารย์หลูฯ ผมได้ยินมาว่า ท่านเป็นผู้รอบรู้เรื่องหยินหยางและเรื่องวิญญาณ เป็นเรื่องจริงหรือไม่ครับ”

“อาตมาก็พอมีความรู้บ้าง”

“’งั้นท่านอาจารย์หลูฯ ช่วยตรวจสอบให้ผมหน่อยได้ไหมครับ”

อาตมาหัวเราะ
“ท่านเองก็ดูมีบุคลิกสง่าไม่ธรรมดา มีชื่อเสียงทั้งในประเทศและต่างประเทศ รู้ซึ้งเรื่องปรัชญา ไม่น่าเชื่อว่าท่านยังมีปัญหาที่ขบคิดไม่ออกอีกหรือ”

เซี้ยหยุ่นพูดอย่างจริงจังว่า
“ที่ท่านอาจารย์หลูฯ กล่าวมานั้นก็จริงอยู่ เพราะตัวผมทั้งชีวิตไม่เคยเชื่องมงายในเรื่องผีสางเทวดา เรื่องหยินหยางหรือเรื่องการสื่อสารกับวิญญาณ หนังสือที่ท่านเขียนนั้น ผมสารภาพตามตรงว่าก็เคยดูถูก แต่นั่นถือเป็นเรื่องในอดีต ขอท่านอย่าได้ถือสา ปีนี้ผมอายุ 64 ปีแล้ว ถ้าจะพูดถึงความสามารถก็ไม่แพ้ใครแน่นอน ถ้าพูดถึงกำลังก็ไม่ด้อยไปกว่าใคร แต่ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงไม่ได้รับความสำคัญในหมู่นักวิชาการเลยทั้งๆที่ในทางราชการผมก็มีโอกาสได้ตำแหน่งหลายครั้งแต่ก็คว้าน้ำเหลวตลอดมา ท่านอาจมองว่า ผมเป็นนักเขียนที่มีชื่อเสียงมาก แต่ความจริงแล้วผมไม่เคยสมหวัง ถูกคนอื่นเบียดเบียนอยู่เสมอ”

“มีเรื่องอย่างนี้ด้วยหรือ”

เซี้ยหยุ่นกล่าวต่อว่า
“ท่านเห็นว่าผมเป็นนักเขียนชื่อดัง แต่ความจริงทรัพย์สมบัติก็ไม่มี ตำแหน่งทางราชการก็ไม่มี ครอบครัวก็แตกสลายไปแล้ว บ้านก็ไม่มี สุขภาพก็ไม่ดีเหมือนก่อน ทั้งชีวิตมีแต่หนังสือเก่าๆ ขาดๆ ไม่กี่เล่มเท่านั้น ผมต้องพบแต่ความลำบากมาโดยตลอด เหมือนกับว่าในความว่างเปล่าที่มองไม่เห็นมีมือๆหนึ่ง คอยคว้าเอาลาภยศทั้งหมดของผมออกไป ในความมืดมิดคล้ายกับมีเทพเจ้าแห่งโชคชะตา ผมเองก็ไม่ทราบว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ขอให้ท่านโปรดช่วยหาสาเหตุให้หน่อยเถิดครับ”

“ก็ได้อาตมาจะช่วยนะ” อาตมารับปากอาตมาจึงหลับตาทั้งสองลง ในใจภาวนาถึงองค์เทพประจำกายของตัวเองทั้งสาม“เจ้าแม่สุวรรณแห่งสระเหยา (เหยาฉือจินหมู่)พระอมิตาภะพุทธเจ้าพระโพธิสัตว์กษิติครรภ์ในใจสื่อออกไปว่า“ปัจจุบันมีผู้มีนามว่า เซี้ยหยุ่น มีความประสงค์จะทราบถึงบุญบาปผลกรรมอาตมาขอทำนายโดยทิพยญาณสื่อสารความจริงอันวิเศษแห่งเต๋า ขอจงโปรดให้คำตอบโดยเร็ว เพื่อขจัดตาข่ายแห่งความหลง และรับรู้ล่วงหน้าได้อย่างสมบูรณ์ รีบๆทำตามคำสั่ง”

ทันใดนั้นอาตมาได้มองเห็นแสงสีขาวเจิดจรัสอยู่เบื้องหน้า ในแสงสีขาวมีถ้ำใหญ่แห่งหนึ่ง มีกุมารสวมชุดเขียว ในมือถือสมุดรายชื่อเล่มหนึ่งในสมุดเล่มนี้เขียนชื่อของเซี้ยหยุ่นอย่างแจ่มแจ้ง หลังจากนั้นกุมารเสื้อเขียวได้เปิดสมุดรายชื่อให้อาตมาดู อาตมาอ่านแล้วตกใจมาก เนื่องจากว่าที่แท้ดวงชะตาของเซี้ยหยุ่น มีตำแหน่งทางราชการ เขาไม่เพียงได้เป็น ครูบาอาจารย์ แต่ยังมีความสามารถเป็นถึงอาจารย์ใหญ่ ได้รับเชิญเข้าไปร่วมบริหารราชการ มีทรัพย์สินเงินทองและตำแหน่ง มีครอบครัวสมบูรณ์พูนสุขร่างกายแข็งแรง อายุยืนถึง 89 ปีนิสัยของเซี้ยหยุ่น มีจิตใจจงรักภักดีหนักแน่นรักเพื่อนพ้องมิตรสหาย แต่ทำไมจึงเป็นเช่นนี้กันนะ อาตมาได้ อ่านถึงบรรทัดสุดท้ายก็เห็นบันทึกตัวอักษรเล็กๆ แถวหนึ่งเขียนว่า เซี้ยหยุ่น เคยทำสิ่งหนึ่ง เมื่อเยาว์วัย คือการเขียนหนังสือลามก 6 เล่มบางๆเนื่องจากต้องการค่าตอบแทนในการเขียนจากพ่อค้าหนังสือและทำด้วยความสนุกหนังสือเหล่านั้นเขียนได้อย่างอนาจาร และพิมพ์อย่างหยาบๆ การเขียนหนังสือลามก 6 เล่มนี้เอง เป็นสิ่งที่ทำให้บุญวาสนาเรื่องภรรยา บุตรหลาน ทรัพย์สมบัติ ยศถาบรรดาศักดิ์ ตลอดจนเรื่องสุขภาพของเขา ล้วนสูญหายไปหมดเมื่ออาตมาลืมตาจึงได้ถามว่า

“ตอนเยาว์วัย เคยทำเรื่องอะไรมาบ้าง”

“เรียนหนังสือ สอบได้ที่หนึ่งตลอดมา”

“มีบทประพันธ์ไหม”

“มีครับ ส่งไปลงหนังสือพิมพ์”

“เคยพิมพ์เป็นเล่มไหม”

“ตอนนั้นยังไม่มีครับ”

“แต่อาตมาว่ามี” อาตมายืนยันเสียงแข็ง

“ไม่มีจริงๆ ครับ”

“หนังสือลามกเล่มบางๆ ยังไงละ” อาตมากล่าวออกไปตรงๆ เซี้ยหยุ่นอ้าปากค้าง หน้าแดง สีหน้าบ่งบอกถึงความอัศจรรย์ใจ

“โอ…ท่านรู้ได้อย่างไร มีจริงๆ มีจริงๆ “

“มีถึง 6 เล่ม”

“ครับ 6 เล่มครับ”
เซี้ยหยุ่นพยักหน้า

“ท่านรู้ไหมว่าหนังสือลามกทั้ง 6 เล่มนี้ ได้ตัดสิ่งที่เป็นสิริมงคลออกไปจากชีวิตท่าน ทำให้มีแต่ความหายนะตลอดมา ทุกวันนี้ถ้าไม่ใช่เพราะบุญเก่าที่เหลืออยู่มาก แม้แต่ชีวิตก็รักษาไว้ไม่ได้หมด”

“อันตรายขนาดนี้เชียวหรือครับ”
เซี้ยหยุ่นตกใจมากอาตมาตอบว่า

“หนังสือลามกทำให้คนจิตใจหวั่นไหวชักนำคนไปในทางกรรมชั่ว ชายหญิงทั้งหลายอ่านแล้วเกิดความนิยมในการผิดศีลไปตามๆ กัน”
อาตมากล่าวว่า
“อันโลกนี้ มีแต่สัตว์เดรัจฉานยุ่งเหยิงทั้งผู้ทั้งเมียไม่รู้อับอาย อัปลักษณ์ไม่น่าฟังอันมนุษย์เป็นฉันใด นำหน้าสรรพสิ่ง ควรรักษาแต่ศีลธรรมถ้าผิดกาม แม้เป็นคน ไม่สู้สัตว์เดรัจฉานอันกามานี้ เป็นยอดมาร โรคร้ายทำลายศีลธรรม เมื่อบำเพ็ญธรรม จึงตัดโลภกามา ให้ขาดเอย”
แล้วกล่าวต่ออีกว่า
“มนุษย์เรานั้นเดิมทีเกิดมาจากรูปกาม ทุกคนล้วนมีเมล็ดพันธ์ุแห่งรูปกาม ฉะนั้นความเคยชินของอารมณ์นั้นหนักหนาเป็นพิเศษคนเราเกิดมาจากรูปกาม ก็จะตายโดยรูปกาม เข้าใจเหตุผลอันนี้แล้ว ก็ต้องระงับกามารมณ์ ทำให้อายุยืนยาวสุขภาพดี กรรมดีโดดเด่น ดวงดาวมงคลคุ้มครอง ถ้าชักชวนผู้อื่นให้ติดในกามารมณ์ ย่อมทำให้ร่างกายทรุดโทรมลมปราณถดถอย ครอบครัวแตกแยกเสื่อมโทรมเทพมารมาเยือน ล้วนมีแต่สิ่งที่ไม่สมปรารถนา”

เซี้ยหยุ่นฟังแล้วก็ตอบว่า
“ใช่ครับๆ แล้วเรื่องสามีภรรยาล่ะครับ”

“กฎเกณฑ์ของสามีภรรยา ก็ไม่สมควรหลงติดสรุปแล้ว จงรู้จักระงับบ้าง ถ้าไม่รู้จักหักห้ามก็เป็นเหตุแห่งอายุสั้นเช่นกัน”

“ผมผิดไปแล้ว แบบนี้จะแก้ไขได้อย่างไรบ้างครับ”

“ตามที่อาตมารู้ การเขียนหนังสือลามก วาดภาพลามกหรือแกะสลักภาพลามก ต้องรอจนกว่า หนังสือ ภาพวาด
หรือรูปสลักเหล่านั้นจะต้องสูญหายหมดสิ้น บาปกรรมจึงจะหมดสิ้น มิฉะนั้นบาปกรรมก็จะติดตัวตลอดไป”


“ร้ายแรงขนาดนั้นหรือครับ”

“ถูกต้อง” อาตมาตอบ “หนังสือลามก 6 เล่มนี้ ถ้ามีการไหลเวียนในโลกตลอดไป ก็จะมีความกระทบกระเทือนตลอดไปเช่นกัน ลองคิดดูเมื่อเป็นแบบนี้บาปกรรมจะสูญหายไปได้อย่างไร”

“นั่นเป็นเพียงอารมณ์นึกสนุกชั่ววูบ ที่ผมเขียนเพราะ ต้องการค่าต้นฉบับเท่านั้น คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเป็นบาปกรรมหายนะที่ใหญ่หลวงและลึกซึ้งถึงเพียงนี้ ผมควรจะทำอย่างไรดีครับ”

อาตมาได้บอกกับเซี้ยหยุ่นว่า
“ดูตามรูปการณ์มีสองทางเท่านั้น หนึ่งให้เขียนหนังสือเตือนชาวโลกให้ถือศีล ไม่ติดในกาม สองหากพบหนังสือลามกก็เผาทำลายทิ้งเสีย”

“เป็นวิธีที่ดีมากครับ”
เซี้ยหยุ่นกล่าว เซี้ยหยุ่นจึงกลับบ้านไปด้วยความดีใจ ต่อมาเขาเขียนจดหมายมาแสดงความขอบคุณ ในจดหมายกล่าวว่า การทำนายแบบทิพยญาณของอาตมาแม่นยำมากและเขาเริ่มศรัทธาในการไหว้พระ ไม่กล้าพูดว่ากฎแห่งกรรมเป็นเรื่องงมงายอีกต่อไป