เย็นจิตสดใสในฉับพลัน
นานมาแล้ว มีนักเดินทางผู้หนึ่ง เจอหมีตัวหนึ่งไล่ตามเขาตกใจวิ่งหนี สุดท้ายได้ตกลงไปในผาหินของหุบเขาแห่งหนึ่ง
แต่พอดีจับกิ่งไม้ของต้นไม้ใหญ่ได้จึงไม่ตาย ทว่าใต้ต้นไม้นั้นมีเสือหิวตัวใหญ่กำลังเดินวนเวียนอยู่ใต้ต้นไม้รอเขาอยู่แล้วใกล้ๆ กับกิ่งไม้ที่เขาเกาะอยู่นั้น มีผลสตรอเบอร์รี่มากมาย
ข้างบนมีหมี
ข้างล่างมีเสือ
บูรพาจารย์ฝ่ายนิกายเซน เคยกล่าวเป็นคำสอนถึงเรื่องนี้เอาไว้ว่า
นักเดินทางผู้นี้ได้เด็ดผลสตรอเบอร์รี่มากิน เสวยสุขจากความหอมหวานของผลนั้น ไม่สนใจไยดี วิตกถึงหมีที่อยู่เบื้องบนหรือเสือที่อยู่เบื้องล่าง เพราะว่าหมีที่อยู่เบื้องบน ได้ผ่านพ้นไปแล้ว หรือพูดง่ายๆ ว่าเป็นอดีตนั่นเอง
ส่วนเสือที่อยู่เบื้องล่าง ก็เป็นเรื่องของอนาคตที่ยังมาไม่ถึง ซึ่งอนาคตนั้นย่อมมีการเปลี่ยนแปลงได้อยู่ตลอดเวลา
แล้วทำไมถึงไม่จดจำปัจจุบันที่ได้เสวยสุขกันอยู่เล่า ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่จิตแห่งความสงบเย็นและสดใสได้เกิดขึ้น
ในความคิดเห็นส่วนตัวของอาตมา นิทานเรื่องนี้มีความหมายทางปรัชญามาก
เมื่อเกิดเป็นคน สิ่งที่ผ่านพ้นไปแล้วไม่ต้องคิดถึง ส่วนอนาคตนั้นก็ยังมาไม่ถึง ไม่มีความแน่นอน ไม่ต้องกังวลใดๆล่วงหน้า สำหรับโชคดีโชคร้ายเองก็ยังไม่แน่นอน ส่วนวาสนากับหายนะเป็นของคู่กัน และผู้ดวงดีย่อมมีฟ้าคุ้มครอง
ขอให้ทุกคนจงกิน “ผลสตรอเบอร์รี่” ดีกว่ามัวกังวลเรื่องหมีหรือเสือ
ดั่งเช่นตัวของอาตมาในปัจจุบัน ที่รู้ลึกซึ้งถึง “ปรัชญาของพระตถาคต”
อาตมามีชีวิตอยู่ใน “ปัจจุบันขณะ” มีชีวิตอยู่กับ “ความสงบเย็นและสดใส”
อาตมารู้ว่า ชีวิตของคนเราสิ่งที่มีค่าที่สุดคือ "ปรัชญา" ในทันใดขอให้พวกเราจงจำให้ดีว่า
เมื่อใดไม่ก่อกรรมชั่ว
เมื่อใดระวังกฎแห่งกรรม
เมื่อนั้นไม่เข้าสังสารวัฏ
หากเป็นเช่นนี้แล้ว ย่อมจะได้มาซึ่ง......"เย็นจิตสดใสในฉับพลัน"

















