เนื้อหาบางส่วนจากวรรณกรรม "พลังศักดิ์สิทธิ์ของมนตรา"

มารในดวงตา

นานมาแล้วมีชายคนหนึ่งฐานะดี ชื่อ 'หวังเอิน' อายุ 40 กว่าปี ได้บังเอิญเดินผ่านไปทางสุสานแห่งหนึ่ง แล้วโดนลมที่พัดผ่านมาพัดเม็ดทรายกระเด็นเข้าตา จนดวงตาทั้งสองข้างของเขาแดงและคัน หวังเอินจึงรีบไปหาหมอเพื่อรักษาดวงตา แต่ถึงแม้เขาจะได้ยามารักษาดวงตา จนดวงตาหายแดงและหายคัน แต่หวังเอินกลับไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเหมือนเก่า
หลังจากนั้นไม่นานสายตาของหวังเอินเริ่มแย่ลง และดูเหมือนยิ่งนานก็ยิ่งรุนแรง เขาจึงไปหาหมอเพื่อรักษาอีกหลายครั้งแต่ก็ไม่ดีขึ้น
สุดท้ายตาของหวังเอินก็บอดสนิท มองไม่เห็นอะไรเลย
จากที่เคยเดินไปไหนมาไหนได้ด้วยตัวเอง หวังเอินจึงต้องอาศัยไม้เท้าและความช่วยเหลือของญาติในครอบครัว
นับตั้งแต่นั้นมา หวังเอินต้องใช้ชีวิตอยู่ในความมืดมน...
แต่หวังเอินยังคงไม่สิ้นหวัง
ตลอดระยะเวลาเขาได้เพียรพยายามไปพบหมอที่จะสามารถรักษาดวงตาของเขาได้ ลองใช้ทุกตำรับตำรา ทุกวิถีทาง พอได้ข่าวว่าที่ไหนมีผู้มีวิชาสูงส่งหรือหมอที่เก่งเขาก็ไปหา ไม่เว้นแม้แต่หมอดูและคนทรงเจ้า เพียงเพื่อหวังจะกลับมามองเห็นได้ดังเดิม แต่ก็ยังคงไม่มีวี่แววว่าดวงตาของเขาจะหายดีอย่างที่ใจเขาต้องการ
ปีนั้นอาตมากลับมาจากอเมริกา เพื่อมาเผยแผ่ธรรมะที่ไต้หวัน
หวังเอินทราบข่าวการมาของอาตมา จึงได้ติดต่อกับคนที่รู้จักกับอาตมา เพื่อมาขอเข้าพบและขอคำแนะนำในการรักษาดวงตาของเขา แต่กำหนดการของอาตมาจัดไว้แน่นมาก ไม่มีเวลาพบคนภายนอก อาตมาจึงได้ปฏิเสธไป
เมื่อทราบข่าวว่าไม่สามารถเข้าพบอาตมาได้ หวังเอินจึงบอกคนในบ้านว่า
"ได้ยินว่าท่านอาจารย์เหลียนเซินมีมหาอิทธิฤทธิ์ ยังไงเสียก็ต้องพบท่านให้ได้"
แต่คนในครอบครัวก็บอกหวังเอินว่าอาตมาไม่มีเวลาว่างหรอก
แต่หวังเอินก็บอกว่า
"ถ้าอย่างนั้นไปรอรับท่านอาจารย์เหลียนเซินที่สนามบิน ยังไงก็ต้องได้พบ"
แต่คนในครอบครัวก็ยังบอกหวังเอินอีกว่า ได้ยินว่าพออาตมากลับมาถึงไต้หวัน มีคนเป็นหมื่นคนมารออาตมาที่สนามบิน คงยากที่จะเข้าใกล้อาตมา
หวังเอินผู้ไม่สิ้นความพยายามก็ยังคงบอกว่า
"อย่างไรเสียผมก็ต้องไปให้ได้ ถ้าไปก็อาจมีโอกาสได้พบ ถ้าไม่ไปก็หมดสิทธิ์"
เมื่อเห็นว่าหวังเอินยังคงยืนกรานในความมุ่งมั่นของตัวเอง
สุดท้ายทุกคนในครอบครัวจึงยอมทำตามความต้องการของ
หวังเอินและพาเขามารอพบอาตมาที่สนามบินนานาชาติ
พูดตามหลักของความจริง ถ้าวันนั้นหวังเอินรออาตมาอยู่ที่ห้องโถงใหญ่เหมือนคนอื่นๆ ที่มารอพบอาตมา โอกาสที่หวังเอินจะได้พบกับอาตมาคงเท่ากับศูนย์ เพราะห้องโถงใหญ่นั้นมีคนรอรับอาตมาอยู่เป็นหมื่นๆ คน แม้แต่คุณแม่ของอาตมายังเข้าใกล้ไม่ได้เลย
แต่ตระกูลของหวังเอินมีคน รู้จักมากมายในไต้หวัน พวกเขาเหล่านั้นได้ช่วยติดต่อกับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้หวังเอินได้เดินทางเข้ามาถึงด้านในเพื่อที่จะได้พบกับอาตมา หวังเอินจึงได้อาศัยบัตรผ่านพิเศษเข้าไปในด่านศุลกากร ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง จนมาถึงประตูที่เป็นทางลงของเครื่องบิน
วิธีนี้ของหวังเอิน อาตมาถือว่าแน่มาก
เมื่อกลับมาถึงไต้หวันพออาตมาเดินลงมาจากเครื่องบิน ก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งใส่ชุดสูท สวมแว่นดำ นั่งคุกเข่าอยู่หน้าทางลงเครื่องบิน และมีสตรีคนหนึ่งคุกเข่าอยู่ข้างๆ เมื่ออาตมาลงไปถึงเขาก็แนะนำตัว "ผมชื่อหวังเอินครับ มาต้อนรับท่านอาจารย์เหลียนเซินกลับประเทศครับ"
อาตมาบอกว่า
"ดี ดี ขอบคุณ หวังเอิน อืม...หวังเอิน"
แล้วพยุงเขาขึ้นมา แต่อาตมาก็ยังคงไม่รู้ว่าหวังเอินคือใคร
ระหว่างทางที่เดินออกมา หวังเอินเดินตามอาตมาไม่ห่างและบอกกับอาตมาว่า
"ท่าน อาจารย์เหลียนเซิน ผมตาบอดมา 2 ปีแล้ว พยายามขอเข้าพบแต่ก็ไม่ได้เข้าพบ วันนี้จึงมาต้อนรับท่านอาจารย์เหลียนเซินที่นี่ ขอให้ช่วยทำให้ดวงตาของผมกลับปกติได้ไหมครับ"
เมื่อได้ยินคำขอร้องของหวังเอิน อาตมาจึงเข้าใจว่าทำไมหวังเอิน ถึงต้องมายืนรอพบอาตมาถึงทางลงเครื่องบิน
เรื่องที่มีคนมาเจออาตมาแบบระยะประชิดอย่างหวังเอินอาตมาเจอมามาก และมักมีผู้คนเดินมาเบียดใกล้ตัวเสมอ เพื่ออธิษฐานขอพรจากอาตมาอยู่บ่อยครั้งเหมือนที่หวังเอินทำ
แต่สำหรับวิธีของหวังเอินนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเจอกัน โดยเฉพาะบัตรผ่านพิเศษสำหรับเจ้าหน้าที่ที่แขวนอยู่บนหน้าอกของเขา
หลังจากได้ยินคำขอของหวังเอินแล้ว อาตมาก็ไม่พูดมาก ยื่นมือออกไปคลำที่หัวของหวังเอิน และใช้มุทรากระบี่ แตะที่หนังตาของ
หวังเอินเบาๆ แล้วพูดว่า "ให้การคุ้มครองแล้ว"
หวังเอินรีบตอบขอบคุณอาตมาทันที
"ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ"
ทันใดนั้น คนที่มาต้อนรับอาตมาก็แห่กันเข้ามา และทุกคนก็ล้วนแขวนบัตรเจ้าหน้าที่ และบอกกับอาตมาว่า เนื่องจากเครื่องมาถึงก่อนเวลากำหนดจึงมาช้าหน่อย
พวกเขาเหล่านี้เป็นลูกศิษย์ของ 'เจินฝอจง' บางคนเป็น
เจ้าหน้าที่ของกองตำรวจสนามบิน บางคนเป็นเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมตรวจคนเข้าเมือง กรมควบคุมการเข้าหรือออกจากประเทศ
หวังเอินยืนห่างจากอาตมาไปหน่อยเมื่อ พวกเขามาถึง อาตมาโบกมือลาให้หวังเอิน แม้จะรู้ว่าหวังเอินย่อมมองไม่เห็น หลังจากนั้นจึงเดินเข้าไปที่ห้องวีไอพี

••••••••••••••••••••

หลังจากได้รับพรจากอาตมาแล้ว หวังเอินก็เดินทางกลับบ้าน
ที่จริงแล้วตาของหวังเอินไม่ได้กลับคืนมาเป็นปกติแม้แต่นิดเดียว แต่ในคืนนั้นเมื่อกลับถึงบ้านหวังเอินกลับรู้สึกว่าตัวเองได้ยินคน 2 คนคุยกันเบาๆ อยู่
คนหนึ่งพูดว่า
"ท่านอาจารย์เหลียนเซินเกือบจะไล่ให้พวกเรา 2 คน ออกไปแล้วนะ"
ส่วนอีกคนพูดว่า
"พอเขาคลำหัว ฉันก็เตี้ยไปครึ่งหนึ่ง ถ้าคลำอีกที ฉันคงหายไป"
"พอเขาแตะที่หนังตา ฉันก็เหมือนเจอแผ่นดินไหว"
"ฉันล้มลงจนลุกไม่ขึ้น"
"บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า"
"รู้สึกเหมือนสูญเสียลมปราณมาก"
"แล้วที่บอกว่าเหมือนแผ่นดินไหวนี้ขั้นที่เท่าไหร่หรือ"
"น่าจะเป็นขั้นที่ 8"
"แล้วเราจะอาศัยอยู่ที่นี่ได้อีกไหม"
"นั่นน่ะสิ...อยู่มา 2 ปีแล้ว ไม่อยากย้ายเลย เสียดาย"
ได้ยินดังนั้น หวังเอินก็รู้สึกสะเทือนจิตใจมาก จึงบอกกับทั้ง 2 คนไปว่า
"พวกคุณเป็นใคร พวกคุณอยู่ในดวงตาผมหรือ ผมไม่มีเรื่องอะไรบาดหมางกับพวกคุณ ขอให้พวกคุณออกไปเถอะ"
แต่ก็ไม่มีเสียงใดๆ ตอบกลับจากทั้ง 2 คน
หวังเอินรู้สึกว่าเขาควรมาพบอาตมาอีกครั้ง เพราะคิดว่าอาตมาต้องช่วยได้ แต่คนในครอบครัวก็ยังคงคัดค้าน เพราะไม่อยากให้มา
รบกวนอาตมาอีก
แต่หวังเอินก็ยังคงไม่ฟังเสียงของคนในครอบครัวเช่นเคย
"ก็ผมได้ยินเสียงนี่"
แม้ว่าคนในครอบครัวจะบอกหวังเอินว่าเสียงที่เขาได้ยินนั้นมันเป็นเสียงหลอนก็ตาม
แต่หวังเอินก็ยังยืนยันว่าไม่ใช่เสียงหลอน และเขาได้ยินจริงๆ
คนในครอบครัวคงสุดจะทน จึงบอกหวังเอินว่า
"เธอไม่เพียงขอครั้งหนึ่ง แต่ขอสิบครั้ง ห้าสิบครั้งก็ทำมาแล้ว ไปหาพวกผู้วิเศษ ทุกที่ก็ไปอย่างตั้งความหวัง แล้วทุกครั้งก็กลับมาพร้อมความผิดหวัง พอเสียทีเถอะหวังเอิน"
แต่คนอย่างหวังเอินไม่เคยท้อถอยหมดความหวัง
"ขอครั้งนี้ครั้งเดียวเถอะ ผมได้ยินเสียงนั้นจริงๆ นะ ขอร้องล่ะ พาผมไปพบท่านอาจารย์เหลียนเซินอีกสักครั้งเถอะ"

••••••••••••••••••••

หลังจากกลับมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ตลอดระยะเวลาที่อาตมามาเผยแผ่ธรรมะที่ประเทศไต้หวัน อาตมามีกำหนดการที่แน่นมาก ต้องไปตามวิหารสาขาและศูนย์เผยแผ่ธรรมะทั่วประเทศไต้หวันทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และสถานที่ๆ อาตมาไปล้วนจัดอย่างใหญ่โต มีผู้คนมาร่วมงานอย่างเนืองแน่น ไม่มีที่ว่างเลย
ตอนนั้นอาตมากำลังฉันข้าวอยู่ในภัตตาคาร อยู่ๆ ก็มีบริกรเดินมาถามคนติดตามอาตมาว่า ต้องรายงานอาตมาไหม
คนติดตามอาตมาก็บอกไปว่า ไม่ต้อง เพราะอาตมางานเยอะ
ได้ยินแบบนี้อาตมาจึงหันไปถามว่า มีเรื่องอะไรหรือ
"มีคนตาบอดชื่อหวังเอิน นั่งรถตามพวกเรา 2-3 วันแล้วครับ เขามาขอพบอาจารย์ แต่พวกเราก็ปฏิเสธไปหลายครั้งแล้ว แต่เขายังคงตามตื้อตลอดเวลา จนพวกเราเริ่มจะทนไม่ไหว
"อ๋อ...หวังเอิน อาตมารู้จักเขา เชิญเขาเข้ามาเถอะ"
พอทราบข่าวว่าอาตมาอนุญาตให้เข้ามาพบ หวังเอินและคนในครอบครัวจึงรีบเข้ามาในภัตตาคารทันที
อาตมาก็ทำการให้พรหวังเอินอีกครั้ง ด้วยการพูดกับหวังเอินไปว่า
"อาตมามีพระสูตรตาสว่าง และคาถาตาสว่าง จะมอบให้คนในครอบครัวของหวังเอินไป เพื่อให้สอนให้ท่านท่องตาม ถ้าท่องแล้วจะทำให้ตาสว่างได้"
หวังเอินได้ยินอาตมาพูดแบบนี้ก็ดีใจมาก แล้วอาตมาก็เขียนพระสูตรตาสว่างให้คนในครอบครัวของหวังเอิน

หนาหมอกวงหมิงตี้จั้งหวังผูซ่าหมอเฮอซ่า เชียนโส่วเชียนเหยี่ยนกวนซื่ออิม เหลียงเหยี่ยนซื่อจิงเติง ฝอจั้วซีฟังอี๋จั้วถ่า หยูไหลฮุ่ยซั่งอี๋จั้งจิง เหวินซูผูซ่าฉีซือจื่อ ผู่เสียนผูซ่าฉีเซี่ยงหวัง เหลียงเหยี่ยนซื่อเทียนถาง เหยินหลี่หมอ เหยียนหลี่หมอ เหยี่ยนจงอีจั้งจิ้นเชียวหมอเหยินหลี่หมอ เหยียนหลี่หมอ เหยี่ยนจงหยินอู้จิ้นเซียวล่อ เหยินหลี่หมิง เหยี่ยนหลี่หมิง เหยี่ยนจงโต้วเตี่ยนจิ้งกวงหมิง โหย่วเหยินโซ่งเต๋อเหยี่ยนหมิงจิง เซินเซินซื่อซื่อเหยี่ยนกวงหมิง ข่งเชี่ยหมิงหวังหลิงกั่นอิ้ง กวนอิมผูซ่าเป่าอันหนิง โอม ซีเตี้ยนโต ป๋อจี้น่า หนาหมอกวงหมิงตี้จั้งหวังผูซ่า โซหะ "นโม รัศมีกษิติครรภ์ราชันโพธิสัตว์มหาสัตว์ พันเนตรพันกร

กวนซื่ออิม สองตาเหมือนโคมทอง พระพุทธประทับเจดีย์ในปัจฉิมทิศ งานธรรมประชุมพระตถาคตมีพระสูตร 1 เล่ม มัญชุศรีโพธิสัตว์ทรง
ราชสีห์ สมันตภัทรโพธิสัตว์ทรงคชราชา 2 ตาเหมือนสวรรค์ มารในคน มารในตา อาวรณ์ปิดบังของตาชำระสิ้น เยื่อในคน เยื่อในตา หมู่เมฆในตาสูญหายสิ้น รัศมีในคน รัศมีในตา จุดดาวในตาสว่างสิ้น มีคนท่องสูตรตาสว่าง ตานั้นสว่างทุกชาติภพ มยุรีมนตราชาคงศักดิ์สิทธิ์ พระโพธิสัตว์กวนอิมปกป้องให้สงบสุข โอม สิทธิ์เตียนโต ปอกูนา นโม รัศมีกษิติครรภ์ราชันโพธิสัตว์ โซหะ" เสร็จแล้วอาตมาจึงนำพระสูตรตาสว่างมอบให้คนในครอบครัวของหวังเอินไป
หวังเอินดีใจมากเหมือนได้ของมีค่า เพราะพระสูตรนี้มีแต่นามของพระโพธิสัตว์ และเป็นคาถาบทสั้นๆ ที่จำง่าย และคิดว่าหวังเอิน ท่องไม่นานก็คงจำได้
วันเวลายังคงผ่านไปทุกวัน
พร้อมกับการท่องบทพระสูตรตาสว่างของหวังเอินวันละหลายๆ ครั้ง
พอถึงวันที่ 49 ตอนบ่าย มีเสียงฟ้าผ่า
หวังเอินตกใจตัวสั่น รู้สึกเหมือนว่ามีของ 2 สิ่งออกจากดวงตาไป จะว่าเป็นน้ำตาก็ไม่ใช่ จะว่าเป็นไข่มุกก็ไม่เหมือน แต่พอ 2 สิ่งนั้นกลิ้งออกจากดวงตา ความรู้สึกก็ไม่เหมือนเดิม แม้กระทั่งแสงที่เกิดจากฟ้าผ่าหวังเอินก็สามารถมองเห็น
จากนั้นมา ดวงตาของหวังเอินก็ดีวันดีคืน สายตาของเขาค่อยๆ กลับมามองเห็นจนเหมือนปกติอีกครั้งและเมื่อหายหวังเอินก็ร้องตะโกนเสียงดัง ว่า
"ขอให้ท่านอาจารย์เหลียนเซินอายุยืนหมื่นๆ ปี ไชโย พระพุทธเจ้าตรัสเรื่องตาสว่างสูตร หมื่นๆ ปี ไชโย ตาข้ามองเห็นแล้ว"
ทุกสิ่งทางโลกล้วนตามธรรมชาติ
โรคภัยหายขาดต้องอาศัยปัจจัยการกุศล
พอได้สัตยสูตรก็สว่างดังเช่นกระจกเงา
ไม่กลัวสรรพสิ่งใดมาปรากฏแก่สายตา

••••••••••••••••••••

หลังจากนั้นไม่กี่วัน ระหว่างอาตมาเผยแพร่ธรรมะและกำลังนั่งอยู่บนธรรมาสน์ อาตมารู้สึกว่ามีของบางสิ่งมาเข้าตา จนเริ่มรู้สึกปวดตา แล้วตาของอาตมาก็เริ่มแดง
คืนนั้นอาตมาหยอดน้ำยาหยอดตาก่อนจะเข้านอน และยังไม่ทันจะหลับตาก็ได้ยินเสียงว่า
"ขอโทษด้วยครับ ท่านอาจารย์เหลียนเซิน"
อาตมานึกแปลกใจ จึงถามกลับไปว่า
"มีเรื่องอะไรหรือ"
"พวกเราคือลูกบ้านของหวังเอิน แต่ตอนนี้หวังเอินได้ไล่พวกเราออกมา ในเมื่อความแค้นมีเจ้าทุกข์ คนเป็นหนี้ก็ย่อมมีเจ้าหนี้ เราจึงมาอาศัยอยู่บ้านท่านแล้ว"
ได้ยินแบบนี้ อาตมาเลยถามกลับไปว่า
"พวกท่านเป็นมารในตาหรือ"
"ครับ"
ทั้งสองตอบพร้อมกัน
"แล้วแบบนี้ดวงตาของอาตมาจะเป็นอะไรหรือเปล่า"
"ตาบอดครับ"
"ถ้าอย่างนั้นหากอาตมาสามารถไล่พวกท่านออกจากตาของหวังเอินได้ ก็แสดงว่าอาตมาย่อมไล่พวกท่านออกไปจากอาตมาได้"
มารในตาทั้งสองก็บอกอาตมาว่า
"ผู้อยู่ในเรื่องย่อมหลงตัว ผู้มองข้างๆ ย่อมเห็นชัด"
อาตมาเลยถามกลับไปว่า
"พวกท่านเคยทำร้ายคนมาเท่าไรแล้วหรือ"
"นับไม่ถ้วน"
ทั้ง 2 ตอบด้วยความภูมิใจ
"ดีมาก ในเมื่อพวกท่านได้ทำร้ายคนมาเป็นจำนวนมาก วันนี้สวรรค์มีทางแล้วท่านยังไม่ยอมไป แม้นรกจะไร้ประตูก็ยังดื้อบุกเข้ามา อาตมาคงอโหสิกรรมให้พวกท่านไม่ได้แล้ว" มารในตาทั้ง 2 ก็บอกอาตมาเสียงแข็งว่า
"กูไม่กลัว"
ว่าแล้วอาตมาจึงปิดตาทั้ง 2 ข้างไม่ให้มารในตาทั้ง 2 หนีไป
หลังจากนั้นดวงตาของอาตมาก็มีน้ำออกมา แต่น้ำนี้ไม่ใช่น้ำธรรมดา มันคือ 'น้ำเยาะสุ่ยสามพัน' ของเขาคุนหลุน แม้ขนนกที่ตกลงมายังต้องจมลง
น้ำเยาะสุ่ยสามพันยังคงไหลเรื่อยๆ จนดวงตาของอาตมา
กลายเป็น 2 มหาสมุทร เมื่อเป็นดังนี้ 2 มารในตาก็ร้องโวยวายว่า
"ช่วยด้วยๆ พวกเราจะจมน้ำตายแล้ว พวกเราว่ายน้ำไม่เป็น ท่านอาจารย์เหลียนเซินปล่อยพวกเราออกไปเถอะ"
แต่อาตมายังคงหลับตาไว้เช่นเดิม
สุดท้ายมารในดวงตาทั้ง 2 ก็จมน้ำตายไป
มารที่ชอบทำร้ายผู้อื่น ท้ายที่สุดก็กลับมาทำร้ายตัวเอง
ส่วนอาตมาเหลียนเซิน ไม่มีอะไรสูญเสียแม้แต่น้อย...

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช