ความแค้นของภูตผี

พิมพ์ PDF

มีผู้ชายคนหนึ่งชื่อ  “เจียงชง” ได้มาให้อาตมาดูดวงชะตา

อาตมาวาดรถคันหนึ่งลงบนกระดาษ  บอกว่า  “คุณทำสิ่งนี้”

คนที่อยู่ข้างๆ บอกว่า  “ค้าขายรถยนต์”

เจียงชงสั่นหัว

อีกคนหนึ่งว่า  “ซ่อมรถยนต์”

เจียงชงยังคงสั่นหัว

มีอีกคนหนึ่งบอกว่า  “ผมทายบ้างอาจถูกต้อง  คุณเป็นโชเฟอร์ขับรถ”

เจียงชงสั่นหัวแล้วบอกว่า  “พวกคุณไม่ต้องเดา  ผมเป็นคนขายรถยนต์เด็กเล่น  ผู้ใหญ่ขับรถคันใหญ่  เด็กๆ ก็ขับรถคันเล็ก”

ทุกคนฟังแล้วอมยิ้ม

อาตมามองดูสีหน้าเจียงชง เตรียมจะตรวจดูดวงชะตาของเขา  แต่แล้วต้องตกใจในทันใด เพราะจู่ๆ หน้าตาของเจียงชงก็เปลี่ยนไป

เดิมทีเขาตัดผมเกรียน  ตอนนี้กลับผมยาวรกรุงรัง  จากสีหน้าตาเปล่งปลั่งกลับกลายเป็นหน้าเขียวคล้ำ และยังมีเลือดไหลออกมาจากเจ็ดทวาร น่ากลัวมาก  ยิ่งกว่านั้นสายตาทั้งคู่ยังเต็มไปด้วยความแค้น

อาตมาตกใจจนพูดไม่ออก  หลังจากนิ่งอึ้งไปชั่วครู่จึงกล่าวว่า  “ดวงของคุณ ขอเชิญเข้าไปตรวจห้องด้านในนะ”

เจียงชงตามอาตมาเข้าไปในห้องที่ไม่มีใคร

อาตมากล่าวว่า  “ในตัวคุณมีภูตผีที่มีความแค้นสิงอยู่”

ทีแรกเจียงชงไม่ยอมรับ  งุนงงอยู่พักหนึ่ง

อาตมากล่าวอีกว่า  “เป็นผีสาวที่ใต้คางมีไฝเม็ดหนึ่ง  ถ้าคุณไม่ส่งผีสาวตนนี้จากไป  ดวงชะตาของคุณจะถูกรบกวนตลอดชีวิต”

เจียงชงยังไม่ยอมรับ

อาตมากล่าวต่อว่า  “พวกคุณนัดกันแล้วว่าจะไปด้วยกัน  แต่สุดท้ายคุณกลับเปลี่ยนใจ  ทำไมเธอจะไม่แค้นล่ะ”

เจียงชงตกใจเมื่อได้ฟังอาตมาเล่า จึงคุกเข่าลงเล่าเรื่องทั้งหมดออกมา

เจียงชงเป็นเจ้าของโรงงานผลิตรถยนต์เด็กเล่น

สำนักงานโรงงานได้จ้างพนักงานบัญชีสาวคนหนึ่ง พนักงานบัญชีที่มาใหม่นั้นหน้าตาน่ารัก  เพิ่งแต่งงานได้เพียงหนึ่งปี

เจียงชงเองก็มีครอบครัวแล้ว  ภรรยาเป็นคนดุร้ายมาก

พนักงานบัญชีสาวแสดงความเห็นใจเจียงชงบ่อยๆ เวลาผ่านไปความเห็นใจก็กลายเป็นความรัก  พนักงานบัญชีสาวหลงรักเจียงชง เจียงชงเองก็รักพนักงานบัญชีสาว  แต่เนื่องจากภรรยาเจียงชงดุร้าย  ความรักของเขาทั้งสองจึงต้องเป็นไปอย่างลักลอบ  พอมีโอกาสฝ่ายชายก็นอกใจภรรยา ฝ่ายหญิงนอกใจสามีมีความสัมพันธ์กันหลายครั้ง

ทั้งสองสาบานว่า มีชีวิตขออยู่ด้วยกัน  แม้ตายก็ขอตายด้วยกัน

ชาวบ้านมีคำพูดว่า  “แม้ไข่ไก่มิดชิดแค่ไหนก็ยังมีรู”  เรื่องของทั้งสองช้าเร็วก็ต้องถูกผู้อื่นรับรู้ในที่สุด อยู่มาวันหนึ่งจดหมายรักที่เจียงชงเขียนให้หญิงสาวก็ถูกสามีพบเข้า สามีจึงห้ามพนักงานบัญชีสาวไม่ให้ไปทำงานที่โรงงานอีก และเล่าเรื่องให้ภรรยาเจียงชงทราบด้วย

ภรรยาเจียงชงร้ายมาก  เอาแส้หนังเฆี่ยนตีเจียงชงอย่างหนัก

เจียงชงทำได้เพียงละล่ำละลักขอโทษ

ชู้รักคู่นี้จึงถูกแยกออกจากกัน

แต่นึกไม่ถึงว่า  สาวนักบัญชีเป็นคนบูชารักมาก  หล่อนรักเจียงชงอย่างลึกซึ้ง  หากไม่มีเจียงชงก็ยอมตายเสียดีกว่า

สุดท้ายทั้งสองจึงนัดกันออกมาเพื่อฆ่าตัวตาย  ตามคำกล่าวว่า  “ชีวิตแม้มีค่า  แต่ความรักมีค่ายิ่งกว่า  เนื่องเพราะความรัก  แม้แต่ชีวิตก็ยอมสละ”

นักบัญชีสาวดื่มยาฆ่าแมลงก่อน  จนกระทั่งสิ้นใจ

พอถึงคราวเจียงชง  ทันทีที่ยาฆ่าแมลงแตะริมฝีปากก็เกิดกลัวขึ้นมา  จึงไม่ได้ฆ่าตัวตายตามไปด้วย

ที่เล่ามาข้างต้นนี้ก็คือเรื่องราวทั้งหมด

อาตมารู้สึกสังเวชใจว่า  เรื่องกามารมณ์นั้นมักนำมาซึ่งเภทภัยหายนะ ผลที่ได้รับช่างน่าอนาถใจ  เพราะชาวโลกไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ กระทำไปอย่างไม่ยั้งคิด  ทำให้มีความตายจากสาเหตุนี้มากมาย บ้างก็กระโดดน้ำฆ่าตัวตายทั้งคู่  บ้างก็เผาถ่านรมควันฆ่าตัวตายทั้งคู่ บ้างก็แขวนคอตายทั้งคู่  บ้างก็ดื่มยาฆ่าตัวตาย  คนเหล่านี้ล้วนเป็นผู้หลงบูชาความรักจนงมงาย  เมื่อเห็นว่ากามารมณ์เป็นภัยอย่างนี้แล้ว  อาตมารู้สึกเศร้าใจจริงๆ

 

* * * * * * * * * *

 

เจียงชงเล่าต่อว่า  หลังจากเกิดเรื่องนี้แล้ว  การค้าขายก็แย่ลงมาก

ร่างกายของเจียงชงเองก็เหมือนลูกบอลที่ลมรั่ว  เดี๋ยวตรงนี้เจ็บ ตรงนั้นป่วย สติปัญญาถดถอยลง  พอไปหาหมอเพื่อตรวจดูอาการกลับไม่พบสาเหตุ

แต่ปัญหาที่กวนใจที่สุดคืออาการนอนไม่หลับ  พอหลับก็ฝันร้ายไปต่างๆนานา แม้กินยาระงับประสาทก็ไม่ได้ผล

สุดท้ายเจียงชงจึงขอให้อาตมาช่วยเหลือ

อาตมาพูดกับเจียงชงว่า  คุณเห็นบัญชีสาวหน้าตาสวยงาม  ทั้งอ่อนโยนทั้งเอาใจเก่ง  จึงเกิดจิตรักใคร่อยากได้  ความคิดนี้พอเกิดขึ้น ทั้งจิตทั้งกายก็หลงอยู่ในความคิดนั้นแล้ว  เป็นเหตุที่ยากต่อการยกโทษ  ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์

โดยเฉพาะคุณมีคู่ครองอยู่แล้ว ฝ่ายตรงข้ามก็มีคู่ครองแล้ว นี่คือต่างฝ่ายต่างมีพันธะ แต่แล้วกลับละทิ้งพันธะระหว่างสามีภรรยา  เหตุปัจจัยเปลี่ยนแปลงไปหมด  ท้ายที่สุดคนก็มีความประพฤติไม่ต่างจากสัตว์

จริงอยู่นักบัญชีสาวหลงรักคุณ  แต่คุณต้องปฏิเสธ  เพราะหากปล่อยเลยตามเลย ก็จะทำให้สามีหล่อนขายหน้า นอกจากนี้ยังทำให้พ่อแม่ฝ่ายหญิงและพ่อแม่สามีฝ่ายหญิงต้องขายหน้าด้วย  สำหรับสามีของหล่อนแล้ว  ความอับอายนั้นคงเหมือนกับตายทั้งเป็น

อนึ่ง  คนสมัยนี้คิดว่าความรักมีค่าเหลือประมาณ สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดทั้งปวง  ที่แท้เป็นเพียงความอยากในกามตัณหา  ไม่รู้จักประมาณตน  ทำผิดศีลธรรม  และเกิดความแค้นจนสูญเสียชีวิต

แต่ก่อน  อาตมาเคยเขียนเรื่องราวไว้หลายเรื่อง

ผู้หญิงถูกยั่วโมโหจนตาย  สามีตรอมใจตาย  ฆ่าตัวตายทั้งคู่  หรือเรื่องผัวฆ่าเมีย  เมียฆ่าผัว  ผัวฆ่าชายชู้  มีชู้แล้วทำร้ายสามี  มีชู้แล้วฆ่าเมีย เป็นต้น

เจียงชงฟังแล้ว  เหงื่อกาฬแตก ก้มหน้าไม่พูดอะไร

อาตมาคิดว่าเขาน่าจะสำนึกผิดแล้ว จึงรับปากเจียงชงว่า  “อาตมาจะช่วยโปรดวิญญาณหญิงตนนั้นให้”

อาตมาคิดว่าผีแค้นที่สิงในร่างเจียงชง  ใช้วิชาโปรดวิญญาณของทางคุยหยาน  น่าจะช่วยโปรดกู้วิญญาณให้หลุดออกจากกายเจียงชง  ไปเกิดในหกภูมิของวัฏจักรได้ เช่นนี้ก็แก้ปัญหาเรื่องนี้ได้แล้ว

อาตมาจึงขอวันเดือนปีเกิดชื่อแซ่และวันตายของวิญญาณ  และสถานที่ตั้งศพ  แล้วทำโคมไฟอันหนึ่ง  จุดไฟ  จุดธูป  ตั้งดอกไม้  น้ำชา  และผลไม้  แล้วกล่าวว่า

“ตั้งแต่โบราณกาลนานมา  มีกิเลสหนักหนาที่เป็น  โลภ  โกรธ  หลง  ทุกคนหลงอยู่ในโลกีย์และกิเลสทั้งหลาย  พูดได้ว่าถูกอวิชชาห้อมล้อม  ฉะนั้นไม่ว่าผู้มีชีวิตหรือผู้วายชนม์  ล้วนต้องตื่นจากความฝันและความหลง  ต้องห่างจากความเคยชินที่ไม่ดีงาม  ใกล้ชิดกับนักปราชญ์ผู้รู้  เรียนรู้พุทธธรรม  ห่างไกลความโกรธแค้น  ห่างไกลจากเหตุปัจจัยแห่งความชั่ว  อย่างนี้ก็เหมือนกับคำพูดใน  “สุรางคมสูตร”  ที่กล่าวว่า  ‘เหมือนคนทำธูป  ตัวมีกลิ่นหอม’  ก็จะหลุดออกจากพันธนาการ  ผู้มีชีวิตสำเร็จมรรคผล  ผู้วายชนม์ได้ไปเกิดไปสู่สุคติ”

อาตมากล่าวต่อว่า  “คนเราห้ามฆ่าตัวตายเด็ดขาด  เพราะทุกคนต่างมีพุทธลักษณ์โดยกำเนิด  พุทธลักษณ์นี้เทียบกับพระพุทธเจ้าทั้งหลายไม่แตกต่างกัน  ทุกคนบำเพ็ญต่อไป  สุดท้ายก็สำเร็จเป็นพระพุทธ  การฆ่าตัวตายเหมือนกับฆ่าพระพุทธองค์หนึ่ง  ถือเป็นบาปหนา  คุณต้องสำนึกผิด  จึงจะหลุดพ้น”

“ความแค้นที่มีอยู่ต้องวางลง  ความแค้นเหมือนฝัน เหมือนเงา  ความใคร่เหมือนฟองน้ำ เหมือนน้ำค้าง  เหมือนไฟฟ้า  ห่างออกจากความแค้นได้ชื่อว่าหลุดพ้น”

“น้ำในแม่น้ำแยงซีไหลไปตลอด

คลื่นลมชะล้างวีรบุรุษจำนวนนับไม่ถ้วน

จะผิดจะถูกเพียงพริบตาก็เป็นสิ่งว่างเปล่า

ภูเขาเขียวยังอยู่

แสงอาทิตย์อัสดงผ่านไปแล้วกี่ครั้ง”

วิญญาณสาวในโคมไฟกล่าวว่า  “อาจารย์ช่วยด้วย”

อาตมาว่า  “ต้องช่วยตัวเอง  วางความแค้นลงก่อน”

“พวกเราถูกมัดติดกัน”

“ใครมัด”

“เทพีนิลแห่งเก้าชั้นฟ้า”

“มัดอย่างไร”

วิญญาณสาวตอบว่า  “พวกเราไปสาบานตนที่ศาลเจ้าเทพีนิล ขอให้ทุกภพทุกชาติได้อยู่ด้วยกัน  สองคนถูกเทพีนิลใช้ด้ายแดงมัดติดกันไว้  ตอนนี้ฉันอยู่ในกายของเขา  ดิ้นไม่หลุด  ขอให้ช่วยด้วย”

อาตมาฟังแล้วตกใจว่า  “นี่คือกรรมที่ก่อกันเองจริง ๆ ”

อาตมาถามเจียงชงมีเรื่องนี้จริงหรือ  เขานึกสักครู่แล้วบอกว่ามี  ปีนั้นทั้งสองรักกันด้วยอารมณ์ร้อนราวกับไฟ  จึงไปจุดธูปสาบานต่อหน้าเทพีนิลในศาลที่อยู่บนเขา โดยสาบานว่า  “เทพีนิลโปรดเป็นพยาน ขอให้พวกเราเป็นสามีภรรยาทุกชาติทุกภพ  ให้ความรักไม่มีวันเปลี่ยนแปลง  ”

ทั้งสองยังกล่าวว่า  “ปณิธานนี้เป็นความจริง ขอให้เทพีนิลเป็นพยานด้วยเถิด”

นึกไม่ถึงว่าเพราะคำสาบานนี้เทพีนิลได้เอาด้ายสีแดงมัดวิญญาณเขาทั้งสองไว้ด้วยกันจริงๆ  เล่าถึงตอนนี้  อาตมาจึงอยากเตือนทุกคน  อย่าได้สาบานส่งเดช  ต้องคิดให้รอบคอบจึงทำการสาบาน  เพราะว่าการสาบานหรือกล่าวตั้งปณิธานจะมีเทพเจ้าแห่งปณิธานทำหน้าที่ควบคุมอยู่  โดยทางคุยหยานมี “เทพสาไวยะ”  ดูแลคำสาบาน  อย่าคิดว่าสาบานแล้วคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น  ความจริงเมื่อสาบานแล้วเทพเจ้าก็รับรู้  ถ้าผิดคำสาบานจะถูกลงโทษ

เรื่องนี้ถ้าเจอผู้อื่นคงแก้ไขอะไรไม่ได้

ดีที่อาตมาได้เคยผูกมิตรกับเทพีนิลมาก่อน

เทพีนิลแห่งเก้าชั้นฟ้าผู้นี้เป็นใครนะหรือ ท่านก็คือผู้ติดตามมหาเทพเจ้าแม่สุวรรณแห่งสระเหยานั่นเอง  สมัยโบราณท่านเป็นพระอาจารย์ของ  “หวงตี้”  (ปฐมกษัตย์แห่งประเทศจีน)  เมื่อครั้งหวงตี้ทำสงครามกับ  “ชืออิ๋ว” และเหล่าทหารที่เป็นยักษ์ เทพีนิลก็ทรงลงมาช่วย โดยมอบดาบ ตราตั้ง และสัญลักษณ์สั่งการทหาร  อีกทั้งยังช่วยสร้างกลองใหญ่  80 ใบ  จึงชนะชืออิ๋วได้ในที่สุด

ต่อมา สมัยชุนชิว พระนางทรงแปลงกายเป็นหญิงสาวแห่งหนานซานมาสอนวิชาดาบ วิชาทำสงครามและช่วยฝึกทหารขึ้นมาหกพันคนให้แคว้นเยี่ยเพื่อเอาชนะแคว้นอู๋  ครั้นสงครามยุติก็จากไปโดยไม่บอกลา อ๋องแห่งแคว้นเยี่ยจึงรับสั่งให้สร้างศาลเทพีขึ้นบนเขาหนานซานเพื่อบูชาและรำลึกถึง  ศาลเทพีนั้นก็คือ  ศาลเทพีนิล ในปัจจุบันนี้

เทพีนิลมีศิษย์คนหนึ่งชื่อ  “ป่ายหยูนตงจูน”  (เจ้าถ้ำเมฆขาว)  คนผู้นี้ได้เรียนรู้ธรรมะแห่งเต๋าของเทพีนิล  ต่อมาได้ขึ้นสวรรค์ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลคัมภีร์เต๋าของเทพีนิล

เทพีนิลแห่งเก้าชั้นฟ้าเป็นเทพฝ่ายเต๋ามาแต่โบราณ  ได้รับการถ่ายทอดวิชามาตามสายแห่งเต๋า  ท่านจึงรู้  “เซียนเทียนอู๋จี๋เจิ้นฝะ”(สัทธรรมไร้เกิดดับต้นกำเนิดแห่งจักรวาล)

และตัวอาตมาเองก็เป็นผู้สืบทอดวิชาเต๋าโบราณเช่นกัน  วิชา  “เซียนเทียนอู๋จี๋เจิ้นฝะ”  ก็มีอยู่ในตัวอาตมาด้วย อาศัยความสัมพันธ์นี้  อาตมาจึงสามารถติดต่อกับเทพีนิลแห่งเก้าชั้นฟ้าได้

ท่านทรงตอบว่า  “จะแก้ปมด้ายแดงของสองคนนี้ความจริงเป็นเรื่องที่ยากมาก  แต่ท่านมาขอร้องทั้งทีจะปฏิเสธได้อย่างไร  ท่านจงใช้  ‘ยันต์กรรไกร’  ตัดให้ขาดก็แล้วกัน”

“ยันต์กรรไกร”  เป็นวิชาโบราณ  เมื่ออาตมาทราบดังนั้นจึงใช้วิชานี้ช่วยเจียงชงและส่งวิญญาณหญิงสาวไปเกิดใหม่ได้สำเร็จ

ท่านเทพีนิลยังทรงประทานบทความ  “ศีลข้อห้ามทางกามา”  ให้แก่มนุษย์โลก ดังนี้

“ขณะท่านประพฤติผิดในกามกับหญิงของผู้อื่น  ให้นึกว่าถ้าหญิงของตนเองถูกผู้อื่นกระทำบ้าง ทั้งคู่หัวเราะหยอกล้อกันอยู่บนเตียง  ตัวท่านที่มองดูอยู่ข้างเตียง  เห็นแล้วย่อมเหมือนมีมีดทิ่มแทงเข้าหัวใจ  ดวงตาแดงฉานดั่งเลือดด้วยความโกรธจนอยากฆ่าเสียให้ตายโดยไม่รั้งรอ  เป็นใครจะทนได้เล่า

และคิดอีกว่า  ผู้ที่ทำชู้กับลูกเมียผู้อื่น  หากเป็นผู้ทรงอิทธิพลคงเอาไปเล่าขานอย่างสนุกสนาน ส่วนผู้อ่อนแอที่ถูกข่มแหงต้องเจ็บแค้นอยู่ในใจ ผัวก็อับอายจนตัดขาดความสัมพันธ์  กลายเป็นตราบาปไม่จบสิ้น

มนุษย์เกิดระหว่างฟ้าดินต้องมีกฎเกณฑ์ นกยังมีคู่ของตัว  หากแม้นมนุษย์ทำตัวไม่สู้นก  ก็ต้องบอกว่า มนุษย์สู้สัตว์เดรัจฉานไม่ได้

บุคคลธรรมดาต้องระวังไม่ทำผิดในกาม  ยิ่งเป็นผู้บำเพ็ญธรรมด้วยแล้วยิ่งต้องระมัดระวัง

ผู้ที่มักมากในกาม บุตรหลานจะไม่เจริญ  เพราะผลกรรมตามสนอง”

อาตมาอ่านบทความ  “ศีลข้อห้ามทางกามา”  นี้แล้ว  รู้สึกเหมือนตื่นจากความฝัน และขอให้มนุษย์ทุกคนจงระมัดระวังต่อข้อห้ามที่ว่าด้วย  “การไม่ประพฤติผิดในกาม”