บทที่ 1 หนังสือมหากุศล
หนังสือเรื่อง “เย็นจิตสดใสในฉับพลัน” นั้น เป็นบทประพันธ์เล่มที่ 145 ของอาตมาสาเหตุในการเขียนหนังสือเล่มนี้ พิสดารพอสมควรอาจบอกว่า “พระพุทธ” หรือ “เทพเจ้า” ต้องการให้อาตมาเขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาก็ว่าได้ พระพุทธก็คือพระพุทธเจ้าส้างกวง (แสงกุศลพุทธเจ้า) ส่วนเทพเจ้า ก็คือ “เหวินชางตี้จูน”ตอนนั้น พระพุทธเจ้าส้างกวง ตรัสกับอาตมาว่า
“มนุษย์โลกปัจจุบันนี้นับวันยิ่งทวีความโลภหนักหนานัก มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถห่างไกลจากกำหนัดตัณหา อารยธรรมถึงแม้เจริญก้าวหน้าไปมาก แต่แสงแห่งกุศลกลับลดน้อยถอยลงจนแทบจะไม่มีเลย เราเห็นเช่นนี้แล้ว เมื่อนึกถึงชาวโลกส่วนใหญ่ต้องลงไปในอบายภูมิสาม ก็รู้สึกเศร้าใจนัก วันนี้จึงเสียมารยาทเชิญท่านมาด้วยอยากขออาศัย ความสามารถเฉพาะตัวของท่านช่วยประพันธ์หนังสือเล่มหนึ่งเพื่อโปรดชาวโลกให้ชาวโลกตื่นจากความหลงโดยเร็ว ถือศีลห้าเอาชนะความโลภ จักมีประโยชน์อย่างแท้จริง”
เมื่อครั้งหนังสือ “เย็นจิตสดใสในฉับพลัน” สำเร็จลงอาตมารู้ว่าพระพุทธเจ้าส้างกวง (เหวินชางตี้จูน-เทพเจ้าผู้ดูแลการเรียนการสอน) ทรงปีติโสมนัสเป็นอย่างมาก เหล่าเทวดาบนสวรรค์ก็พากันสรรเสริญ พระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ทรงกล่าวอย่างยินดีว่า หนังสือเล่มนี้เป็นมหากุศล เป็นหนังสือที่จะโปรดสรรพสัตว์อย่างกว้างขวาง จุดประสงค์ที่แท้จริงอยู่ที่ “ตาไม่ติดการเห็นรูป หูไม่ติดการฟังเสียง จมูกไม่ติดการดมกลิ่น ปาก (ลิ้น) ไม่ติดการลิ้มรส กายไม่ติดการสัมผัสที่นิ่มนวล จิตไม่ติดในมิจฉามโน นี่คือการไม่หวั่นไหวต่อภูมิทัศน์ภายนอก”
พระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์บอกอาตมาว่า การเขียนหนังสือธรรมะต้องเขียนให้ไม่เหมือนหนังสือธรรมะ
ภายนอกเหมือนหนังสือทั่วไป ภายในแฝงด้วยสาระแห่งจิตวิญญาณ เช่นนี้แล้วจึงเป็นการจูงใจให้ผู้คนใฝ่ธรรมะ ได้อย่างแนบเนียน จึงเป็นหนังสือธรรมะอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้า อาตมาฟังแล้วรู้สึกดีใจมาก
ขอเล่าเรื่องแปลกของหนังสือ “เย็นจิตสดใสในฉับพลัน” สักหนึ่งเรื่อง เป็นเรื่องของคนที่อ่านหนังสือแล้วได้รับประโยชน์ ได้ความรู้ และคล้ายกับมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาดลใจไปในทางกุศล ดังนี้
“หลี่เซอะ” มีน้องสาวคนหนึ่งเป็นโรคเบื่ออาหาร อาการของโรคแปลกประหลาดมาก สาเหตุเกิดจากการที่ น้องสาวของหลี่เซอะต้องการลดความอ้วน จึงเริ่มต้นด้วยการกินอาหารเฉพาะบางมื้อ เวลากินก็กินน้อยมาก มีเพียงขนมปังชิ้นเล็กๆ หนึ่งชิ้น ผักไม่กี่ต้น และเนื้อปลาหรือเนื้อหมูชิ้นเล็กๆ แค่ชิ้นเดียว
การกินอาหารเหมือนแมวดมของน้องสาวหลี่เซอะทำให้ผอมลงจริงๆ เธอดีใจมาก เพราะร่างกายสมส่วนแล้ว แต่ทว่ากลับมีปัญหาเกิดขึ้นตามมา นั่นคือ ถึงแม้ลดความอ้วนสำเร็จ แต่ปริมาณอาหารที่กินยิ่งนานเข้าก็ยิ่งน้อยลง กลายเป็นโรคเบื่ออาหาร ต่อมาถึงขั้นที่ว่าแค่กินขนมปังเพียงหนึ่งแผ่นก็รู้สึกเหมือนกินขนมปังทั้งแถว ฉะนั้นเธอจึงกัดแค่เพียงคำเดียวก็หยุด ส่วนผัก ปลา และเนื้อหมูไม่สามารถเอาเข้าปากได้เลย กินแล้วจะรู้สึกอาเจียน ดังนั้นในหนึ่งมื้อของเธอจึงมีเพียงขนมปังหนึ่งคำและน้ำเปล่าเท่านั้น
เพียงเท่านี้เธอก็รู้สึกอิ่มท้อง ไม่มีความอยากอาหารอีก
จากนั้นก็มีเรื่องน่ากลัวเกิดขึ้น เดิมทีร่างกายของน้องสาวหลี่เซอะอ้วนท้วนสมบูรณ์ แต่ตอนนี้กลายเป็นคนผอมแห้งแรงน้อยเหมือนหนังหุ้มกระดูก เส้นผมแห้งกรอบ เบ้าตาโหลลึก หน้าตอบคล้ายโครงกระดูก มือเท้าแห้งเหมือนกิ่งไม้ จะเดินต้องให้คนอื่นช่วยพยุงตัว ลมพัดมาเหมือนจะปลิวไปตามลม
เธอกินอาหารไม่ได้อีก พอกินก็อาเจียนทันที และไม่รับรู้ถึงรสชาติ คนในครอบครัวขอร้องอย่างไร เธอก็ไม่ยอมกินไม่ยอมดื่ม จนทุกคนเป็นห่วงอย่างมาก
ถึงแม้ให้แพทย์และจิตแพทย์มารักษาก็ยังไม่ได้ผล
เจ้าเข้าทรงบอกว่า เธอถูกผีเข้า
หมอผีบอกว่า เธอมุ่งสู่ทางของผีเปรต
เจ้าม้าทรงบอกว่า เธอถูกคำสาปคุณไสย
ต่างคนต่างกล่าวกันไปต่างๆนานา และรักษาด้วยหลากหลายวิธี ยังคงไม่ได้ผล
หลี่เซอะเป็นห่วงน้องสาวอย่างมาก
คืนหนึ่ง หลี่เซอะก็ฝัน ในฝันมีเทพเจ้ามาบอกกับเขาว่า
“เย็นจิตสดใสในฉับพลันเป็นหนังสือมหากุศลหนึ่งเล่มคือหนึ่งกุศลหนึ่งร้อยเล่มเท่ากับหนึ่งร้อยกุศล หากนำมาแจกเป็นธรรมทานให้ผู้อื่นได้อ่านยิ่งมากก็ยิ่งเป็นมหากุศล แล้วโรคของน้องสาวก็จะหายเป็นปกติ”
ความฝันนั้นชัดเจนมาก
หลี่เซอะคิดว่าเรื่องนี้ไม่ยากเลย จึงไปซื้อหนังสือ “เย็นจิตสดใสในฉับพลัน” 100 เล่ม นำมามอบให้ญาติสนิทมิตรสหายและเพื่อนร่วมงานได้อ่าน
หลี่เซอะภาวนาต่อเทพเจ้าบนสวรรค์ ขอให้สิ่งที่เทพเจ้าบอกในฝันนั้นเป็นความจริง
เหตุการณ์นี้ผ่านไปไม่นานนัก เรื่องอัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น
น้องสาวหลี่เซอะจู่ๆ ก็ชอบดื่มนมแพะขึ้นมา จากนั้นก็เกิดความเปลี่ยนแปลง คือเริ่มกลับมากินขนมปังได้สักแผ่นหรือสองแผ่น
ต่อมาก็กินข้าวปลาอาหารได้ และค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติ
เพียงหนึ่งเดือน สุขภาพก็กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม
“โรคเบื่ออาหาร” เกิดขึ้นอย่างแปลกประหลาด และหายไปอย่างแปลกประหลาด แม้แต่หมอยังไม่สามารถเข้าใจได้
เรื่องนี้จะเป็นเพราะพลังธรรมที่เกิดจากกุศลของหนังสือ “เย็นจิตสดใสในฉับพลัน” หรือไม่ ไม่มีผู้ใดสามารถยืนยันได้ เพราะว่าทุกสิ่งไร้ลักษณ์ (นิรลักษณ์) จึงไร้หลักฐาน ถ้าเชื่อก็เชื่อ ถ้าไม่เชื่อก็ไม่ต้องเชื่อ ขึ้นอยู่กับตัวท่านเอง
(เหตุการณ์เรื่องนี้ อาตมาใช้วิชาสื่อทิพย์ตรวจสอบแล้ว เป็นเรื่องจริง)
---------------------------------------------------------

















