การนิรมิตจากนรก

เนื้อหาบางส่วนจากวรรณกรรม "การนิรมิตแห่งนรก"

พิมพ์ PDF

นี่ก็หมาจิ้งจอกอีกตัวหนึ่ง

...การเป็นรินโปเชของเจ้านั้น เป็นเพียงการแกล้งทำท่าทางเท่านั้นหรือ อย่างนี้ถือเป็นการหลอกลวงสรรพสัตว์ทั้งหลายทั่วโลก น่ารังเกียจมาก บัดนี้ต้องลงโทษให้ไปเกิดเป็นหมาจิ้งจอกที่ชอบทำท่าทางหลอกลวงผู้อื่น..

มีเศรษฐีคนหนึ่งไปท่องเที่ยวที่ธิเบต ระหว่างเที่ยวชมวิวทิวทัศน์ ได้ไปไหว้พระในวัดลามะแห่งหนึ่ง เป็นวัดลามะที่เก่าแก่และทรุดโทรมมาก
พอเศรษฐีคนนี้เห็นก็เกิดจิตเมตตา จึงเอาเงินจำนวนหนึ่งออกมาช่วยซ่อมแซมวัด
เจ้าอาวาสพระลามะรินโปเชรู้สึกตื่นเต้นยินดีเป็นอย่างมาก จึงให้การรับรองว่าเศรษฐีผู้นี้คือ “รินโปเช” กลับชาติมาเกิดใหม่
พอได้รับการยกย่องว่าเป็นรินโปเช เศรษฐีก็บอกกับเจ้าอาวาสว่า
“ผมไม่ใช่รินโปเชหรอก”
พระลามะจึงบอก
“ไม่ต้องห่วง เพราะอาตมารับรองแล้วว่าท่านเป็น”
“แต่ผมไม่รู้เรื่องพุทธธรรมเลยนะ”
พระลามะบอกว่า
“ถึงไม่รู้ก็เป็นพระรินโปเชได้”
สุดท้ายพ่อค้าคนนี้ จากคนธรรมดาจึงได้กลายเป็นรินโปเช แม้เขาเองไม่แน่ใจ แต่ก็เริ่มหลงใหลในชื่อเสียงเกียรติยศ

***************************************************

หลังจากกลับไปประเทศของตน ข่าวที่เขาเป็นรินโปเชที่ไม่ใช่ชาวธิเบตก็ถูกกระพือร่ำลือเป็นอย่างมาก เพราะถือว่าเขาเป็นคนแรกในประเทศนั้นที่เป็นรินโปเช
เขาสวมหมวกพุทธะ ขึ้นไปนั่งบนธรรมมาสน์สูง
เขาสวมชุดแบบลามะ มีพระลามะชาวธิเบตเข้ามายกย่อง มีนิกายเปิดเผย นิกายลับ (มนตรยาน) มีพระสงฆ์ใหญ่ พระลามะใหญ่ ต่างก็มายกย่องเขามากมาย
เวลานี้เขาได้กลายเป็นรินโปเชไปเสียแล้ว
เขาคลุมหัวให้พรผู้อื่น
แผ่บารมีปกคลุมผู้อื่น
ทำพิธีพุทธาภิเษกให้ผู้อื่น
เขาเพียงท่องว่า “โอม อา ฮุ่ม” ผู้คนใต้ธรรมมาสน์ก็ปรบมือเสียงดัง
เขาเรียนรู้พิธีบางอย่างซึ่งเป็นพุทธธรรมพื้นฐานแบบง่ายๆ แล้วก็มาสร้างวัดใหญ่แห่งหนึ่ง ทำท่าทางว่าสมเหตุสมผล
พิธีก็เลียนแบบผู้อื่น จนดูเหมือนเป็นพระรินโปเชผู้กลับชาติมาเกิดใหม่
สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ เขาไม่เคยคิดไม่เคยฝันมาก่อน ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของชีวิตขนาดนี้
เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาจึงไม่ทำการค้าขายอีกต่อไป ตั้งใจว่าจากนี้จะเป็นพระรินโปเชใหญ่ เพราะมีผลประโยชน์มากมาย
การที่สรรพสัตว์ไม่สงสัยในการกระทำของเขาเลยนั้นเป็นเพราะว่า
1. เขาได้รับการรับรองว่าเป็น “คารินโปเช” กลับชาติมาเกิด
2. วงการสื่อสารมวลชนเผยแพร่ข่าวรับรองเขา

***************************************************

เมื่ออาตมาเห็นรินโปเชผู้นี้อยู่ในปรโลก ก็ได้ยินท่านพญายมถามว่า
“เจ้ารู้แจ้งแล้วหรือยัง”
เขาตอบว่า “ไม่รู้”
ท่านพญายมถามเขาอีกว่า
“ความคิดเห็นพุทธธรรมของเจ้าเป็นอย่างไร”
เขาก็ตอบไม่ได้
ท่านพญายมถามต่อว่า
“ในเมื่อเรื่องรู้แจ้งก็ไม่รู้และไม่มีความคิดเห็นเรื่องพุทธธรรม การเป็นรินโปเชของเจ้านั้น เป็นเพียงการแกล้งทำท่าทางเท่านั้นหรือ อย่างนี้ถือเป็นการหลอกลวงสรรพสัตว์ทั้งหลายทั่วโลก น่ารังเกียจมาก บัดนี้ต้องลงโทษให้ไปเกิดเป็นหมาจิ้งจอกที่ชอบทำท่าทางหลอกลวงผู้อื่น”
ได้ยินแบบนี้เขาก็ร้องขอว่า
“ไม่ใช่ความผิดของผม”
“แล้วเป็นความผิดของใคร”
“ธรรมราชาผู้รับรองผมต่างหาก”
ท่านพญายมหัวเราะแล้วบอกว่า
“ธรรมราชาผู้นี้ไม่มีตา อนาคตก็ให้กลายเป็นหมาจิ้งจอกตาบอดเถอะ”
“แล้วพวกผู้สื่อข่าวล่ะ”
ท่านพญายมก็บอกว่า “พวกเห่อตามกันทั้งนั้น”

***************************************************

พออาตมาได้เห็นการนิรมิตแห่งนรกแบบนี้ ก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก เพราะคนที่ไม่รู้ความจริง ไม่มีวิชาจริง หากถูกยกย่องให้ขึ้นบัลลังก์รัตนะขึ้นมาแล้ว
มันไม่ใช่ความสุข แต่เป็นความทุกข์
อาตมาจึงขอถามพวกท่านว่า
“พวกท่านรู้แจ้งกันแล้วหรือ มีความคิดเห็นต่อพุทธธรรมกันอย่างไร ปัญหานี้ดูเหมือนว่าจะตอบง่าย แต่เอาเข้าจริงก็ตอบยาก เพราะผู้เรียนพุทธบำเพ็ญตน ควรปฏิบัติอย่างตรงไปตรงมา บำเพ็ญจนมีหลักธรรม ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้แล้ว เพียงแกล้งทำท่าทางหลอกลวงผู้อื่น ขอจงระวังไว้…อนาคตจะกลายเป็นหมาจิ้งจอก”

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช